<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806</id><updated>2011-11-27T16:46:32.168-08:00</updated><category term='มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย'/><category term='ภัยจากการใช้เอทีเอ็ม'/><category term='แก๊งปลอมบัตรเครดิต'/><category term='ควันขาวภัยที่ไม่ควรมองข้าม'/><category term='กินยาคุมเสี่ยงอาการปวดศรีษะ'/><category term='อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง'/><category term='ภัยผู้หญิงระวังแฟนเพื่อน'/><category term='แก๊งข้ามชาติ'/><category term='ภัยสถานบันเทิง'/><category term='ภัยใกล้ตัวเด็กไทยวันนี้'/><category term='หลอกซื้อ-ขายนาฬิกาทางเว็บไซต์'/><category term='ภัยกรีดกระเป๋า ล้วงกระเป๋า'/><category term='ทีวี.... อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย'/><category term='ภัยหมอดู/ทำเสน่ห์ (ฟันธง-ฟันเธอ)'/><category term='ภัยที่พักอาศัย'/><category term='ภัยจากการโดยสารรถเมล์/รถทัวร์/รถไฟ/เครื่องบิน'/><category term='ภัยผู้หญิงที่นำรถเข้าอู่ซ่อมรถ'/><category term='ภัยตกทองและของมีค่า'/><category term='ภัยผู้หญิงแฉ เล่ห์เหลี่ยม-อาชญากร ทุกรูปแบบ'/><category term='ภัยร้านเสริมสวย'/><category term='ภัยแก๊งต้มตุ๋น'/><category term='อันตรายใกล้ตัว ตอนน้ำดื่ม'/><category term='ภัยยาม/รปภ.'/><category term='ภัยใกล้ตัวที่แฝงในเครื่องดื่มกระป๋อง'/><category term='การป้องกันและการลักทรัพย์ในที่พักอาศัย'/><category term='เตือนภัย กินยาแก้ไอน้ำดำ'/><category term='จอดรถติดเครื่องเพื่อเปิดแอร์เป็นเวลานาน อันตรายใกล้ตัว'/><category term='กู้ด่วนดอกโหด'/><category term='สถานที่ติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน'/><category term='ภัยของผู้หญิงทำงานกลางคืนหรือเลิกงานดึก'/><category term='ภัยลานจอดรถ'/><category term='แก๊งฉกตรารถยนต์'/><category term='ภัยสะพานลอย'/><category term='ระวังเชื้อโรคในที่สาธารณะ'/><category term='3 สัญญาณอันตราย ใกล้ตัวหญิง'/><category term='ภัยสาดน้ำกรด'/><category term='ระมัดระวังสำหรับท่านที่ขับรถ'/><category term='สื่อลามกอนาจาร:ภัยใกล้ตัวเด็ก'/><category term='ภัยอินเตอร์เน็ต (เว็บเซ็กซ์ เว็บไซต์)'/><category term='มูลนิธิเพื่อนหญิง'/><category term='ภัยพี่เลี้ยงเด็ก'/><category term='ผู้หญิงวัยหมดระดู ระวัง&quot;ภาวะกระดูกพรุน&quot;'/><category term='วิธีหากินของแก๊งมิจฉาชีพ'/><category term='ความรุนแรง'/><category term='ภัยวิ่งราวทรัพย์'/><category term='ภัยถูกหลอกทำงานต่างประเทศ (ค้ากามข้ามชาติ)'/><category term='ภัยมอมยา'/><category term='แป้งเด็ก อันตรายใกล้ตัว?'/><category term='เตือนภัยใกล้ตัว คนอยู่หอ'/><category term='ภัยร้ายไร้สัญญาณเตือน'/><category term='ภัยรับน้อง-ส่งพื่ (Freshy)+(Bye&apos;Nior)'/><category term='อันตรายจากน้ำแข็งแห้ง'/><category term='พลาสติก .. อันตรายใกล้ตัวคุณ'/><category term='น้ำส้มสายชูปลอม'/><category term='ภัยใกล้ตัว อุทาหรณ์สอนหญิง'/><category term='ภัยพระ/นักบวช'/><category term='อันดับ ซอยอันตรายในกรุงเทพฯ'/><category term='คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันตรายใกล้ตัว'/><category term='ภัยเมื่อถูกแอบถ่ายโดยผู้ชายที่เรียกว่าแฟน'/><category term='การนอนกรน ภัยใกล้ตัวที่อันตรายอาจถึงตาย?'/><category term='ภัยร้านหนังสือของห้างสรรพสินค้า'/><category term='ภัยโมเดลลิ่ง โมเดลลวง'/><category term='ภัยเทศกาล(วันเสียตัวแห่งชาติ)'/><category term='ภัยจากขวดน้ำดื่มในรถยนต์'/><category term='โรควูบ (Fainting) และหมดสติ (Syncope) ภัยใกล้ตัวเรา'/><category term='พริ้นเตอร์ อันตรายใกล้ตัว'/><category term='ภัยแก๊งลักรถยนต์'/><category term='ภัยของนักเรียนหญิงนักศึกษาสาว'/><category term='ภัยรถตู้'/><category term='ภัยแท็กซี่'/><category term='แร่ใยหิน อีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง'/><category term='ภัยใกล้ตัว ก่อนขับรถ อย่าลืมสำรวจใต้ท้องรถ'/><category term='แก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติ'/><category term='ภัยใกล้ตัว คนรักสัตว์'/><category term='แอลกอฮอล์อุ่นอาหาร ไร้มาตรฐาน-ทำคนตาย'/><category term='ภัยโรคจิต'/><category term='ภัยสถานที่ทำงาน'/><category term='แก๊งค้ายา'/><category term='ภัย แอบถ่าย / ถ่ำมอง'/><category term='ภัยปั๊มน้ำมัน'/><category term='ภัยข่มขืน'/><category term='ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก'/><category term='นกต่อ'/><category term='ภัยผู้หญิงกาแฟเซ็กส์'/><category term='ภัย คนใกล้ชิด (ยิ่งใกล้ ยิ่งเจ็บ)'/><category term='ภัยแชร์ลูกโซ่'/><category term='ไขมันทรานส์ อันตรายใกล้ตัว'/><category term='ภัยในห้างสรรพสินค้า'/><category term='ยาเสพติด'/><category term='ฆาตกรรม'/><category term='ภัยจากการคุมคามทางเพศ'/><category term='ลวงข่มขืนแบบใหม่'/><category term='เตือนภัยผู้หญิง...ใช้ห้องน้ำสาธารณะ'/><category term='ภัยจากคนบ้า วิกลจริต จิตเภท'/><category term='ภัยห้องน้ำสาธารณะ'/><category term='ภัยปาร์ตี้ สังสรรค์เลี้ยงส่ง (เดช)'/><category term='TAXI  มหาภัย'/><category term='เตือนภัยนั่งบนรถทัวร์'/><category term='การป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรา'/><category term='แก๊งมอมยารูดทรัพย์'/><category term='ฆ่าสามี'/><category term='ภัยผู้หญิงฉีดน้ำช่องคลอด'/><category term='5 วิธีป้องกันการถูกข่มขืน'/><category term='ภัยที่ห้างสรรพสินค้า'/><category term='ภัยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ไข่ติดถัง หลังติดนม)'/><category term='อันตรายโทรฯมือถือ'/><category term='ภัยครู อาจารย์ (อาจม)'/><category term='ภัยผู้หญิงในห้องน้ำสาธารณะ'/><category term='ภัยก๊อบเอทีเอ็ม'/><category term='อันตรายจากแปรงสีฟันเก่า'/><category term='ภัยใกล้ตัว นักศึกษาสาวกับหอพักรวม'/><category term='อันตรายจากลูกเหม็น'/><category term='น้ำหอมปรับอากาศ สารซักล้าง... ภัยใกล้ตัว'/><category term='แสงแดด ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม'/><category term='ภัยไอเสียรถยนต์'/><category term='ระวังแก๊งตกทองอาละวาด'/><category term='ภัยจากการโดนลวนลาม'/><category term='ระวังแก๊งงัดตู้เซฟ'/><category term='เตือนผู้หญิง..ระวังโจรในลิฟต์'/><category term='หญิงไทย'/><category term='ภัยลวงเอสเอ็มเอส'/><category term='ภัยเว็บแคม'/><category term='ภัยสถานที่ทั่วไป'/><category term='ความเหงา-อารมณ์ส่วนเกิน อันตรายใกล้ตัว'/><category term='บาดทะยัก ภัยใกล้ตัวพบมากในคนแก่'/><title type='text'>เพื่อนหญิงจริงใจ เตือนภัยใกล้ตัว</title><subtitle type='html'>ความจริงที่เจ็บปวด สะกิดเตือนให้คุณผู้หญิงระวังภัย ป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับคุณ หรือ คนที่คุณรัก และห่วงใย  เพื่อให้ปัญหาอาชญากรรมทางเพศลดน้อยลง รู้ทันคน รู้ทันภัย รู้ทันเหตุการณ์ รู้ทันสถานการณ์  

ขอขอบคุณหนังสือภัยผู้หญิง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>120</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8056564710449250983</id><published>2009-10-04T10:24:00.000-07:00</published><updated>2009-10-04T10:32:43.481-07:00</updated><title type='text'>อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยโรคจิตภารกิจ :&lt;/strong&gt; ลวนลามผ่านกรรมวิธีทางคำพูด กิริยาหรือแม้กระทั่งสายตากลุ่มเป้าหมาย : ดักแซวผู้หญิงทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น ไม่เว้นแม้แต่ตุ๊ด กระเทย ทอม ดี้ วิธีรับมือ : พิจารณาพฤติกรรมก่อนว่าจัดอยู่โรคจิตประเภทใด ถ้าเป็นโรคจิต (คนบ้า) อย่าต่อปากต่อคำให้แจ้งตำรวจทันที แต่ถ้าเป็นโรคจิตประเภทจิตเสื่อม หรือจิตต่ำทราม ให้ร้องกรี๊ดเสียงดังๆขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (หลังรุมสกรัมกันเองแล้ว) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยบัตรเครดิต (แบบไม่รู้ตัว)ภารกิจ :&lt;/strong&gt; ส่วนใหญ่ทำเป็นขบวนการ ใช้สำเนาเอกสาร บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ที่คุณเคยยื่นทำธุรกรรมการเงินตามบริษัทหรือสมัครสมาชิกที่ต่างๆมาปลอมแปลงแอบอ้างทำบัตรเครดิตกลุ่มเป้าหมาย : คนทำงานฐานเงินเดือนและอายุงานตามกำหนด (ส่วนใหญ่ 15,000 บาทและอายุงาน 1 ปีขึ้นไป)สถานที่ : ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้าที่เขียนป้ายว่า "ยินดีรับบัตรเครดิต" จากนั้นก็รูดกระหน่ำและเชิดหนีวิธีรับมือ : เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องขีดคร่อมเอกสารทุกฉบับ และเขียนกำกับว่าใช้เพื่อทำธุรกรรมประเภทใด หรือถ้าสงสัยยอดค่าใช้จ่ายในใบเรียกเก็บค่าต่างๆให้รีบติดต่อบริษัทนั้นๆ เพื่อค้นหาข้อมูล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยเครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์)ภารกิจ :&lt;/strong&gt; ส่วนใหญ่แอบผสมสารออกฤทธิ์ประเภทเดียวกับยานอนหลับในเครื่องดื่มกลุ่มเป้าหมาย : วัยรุ่นผู้หญิงชอบเที่ยวกลางคืน แต่งตัววูบวาบ เซ็กซี่ดูมีฐานะวิธีรับมือ : แต่งตัวให้มิดชิด ไม่เที่ยวคนเดียวหรือรับดริ๊งค์จากคนแปลกหน้าหมายเหตุ : เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถลดลง แต่สำหรับผู้หญิงนับเป็นปัจจัยเสี่ยงให้มีการเสียตัวสูง ผู้หญิงกว่าครึ่งผับเลือกผสมแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน นอกเหนือจากเสียงเพลงและสิ่งบันเทิงใจอื่นๆ อาทิ ผู้ชายหน้าตาดี (ที่ยังไม่รู้จักนิสัย) เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ใส่แล้วสุดวาบหวิว (จริงๆแล้วคนหน้าตาดีใส่อะไรก็สวยทั้งนั้น) และค็อกเทลสูตรใหม่ (ที่ไม่รู้ว่าใครผสมสารอะไรให้ดื่มหรือเปล่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยหมอดูหลอกลวงภารกิจ :&lt;/strong&gt; พูดจาหว่านล้อม ทำทีทำนายทักดวงชะตาในแง่ลบ ขอดูลายมือหรือพยายามแตะเนื้อต้องตัว และใช้ยาชาหรือยาสลบและเรียกทรัพย์ในรูปแบบสะเดาะเคราะห์ โดยคุณไม่ได้สติกลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงบุคคลทั่วไปที่หน้าตาไม่ค่อยฉลาด จิตอ่อน งมงายเกินเหตุ งก อยากรวยทางลัด ระแวงกลัวสามีหรือแฟนจะนอกใจ จึงต้องพึ่งไสยศาสตร์วิธีรับมือ : งดเดินทางคนเดียวและใส่เครื่องประดับเกินความจำเป็น ดูดวงได้แต่ต้องดูอย่างมีสติ ไม่หลงงมงาย (ถ้าไม่อยากหมดตัว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยใบเสร็จรับเงินภารกิจ :&lt;/strong&gt; ขายของแต่ไม่ให้ใบเสร็จรับเงิน (โดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา) หรือสุ่มกล่าวหาผู้ซื้อว่าขโมยสินค้า ขอค้นตัวและเรียกค่าปรับ 10 เท่า (ถ้าไม่มีใบเสร็จยืนยัน)กลุ่มเป้าหมาย : ลูกค้าที่ซื้อสินค้าแล้วไม่ขอใบเสร็จรับเงิน หรือทิ้งใบเสร็จรับเงินทันทีที่ซื้อสินค้าวิธีรับมือ : เก็บใบเสร็จรับเงินไว้ยืนยันทุกครั้งเมื่อซื้อสินค้า และถ้าสงสัยว่าพนักงานจะร่วมมือเป็นกระบวนการ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยสังคมภารกิจ :&lt;/strong&gt; ก่อเหตุในจุดที่ลับตาคน พูดจากล่อมจนเหยื่อไว้ใจกลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว และใส่เครื่องประดับประดาวิธีรับมือ : อย่าหลงเชื่อคำพูดหรือไว้ใจคนแปลกหน้า, ไม่ควรไปไหนตามลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยห้องลองเสื้อภารกิจ :&lt;/strong&gt; จัดห้องลองแบบใช้ผ้ากั้น ,ติดกล้องวงจรปิด, ติดตั้งกระจกไว้ในลักษณะเอียงตามมุมต่างๆ (ซึ่งสามารถสะท้อนให้คนภายนอกมองผ่านได้)กลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงวัยรุ่นที่นิยมซื้อเสื้อผ้าตามร้านริมทางหรือในที่สาธารณะ และใช้บริการห้องลองแบบผ้ากั้นวิธีรับมือ : ช่วยกันตะโกนร้องประจานเจ้าของร้านทันทีที่พบเหตุการณ์แบบนี้ (ให้อายจนขายของไม่ได้เลย) แจ้งตำรวจจับทันที และระมัดระวังตัวทุกครั้งเวลาลองเสื้อผ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยรถแท็กซี่ภารกิจ :&lt;/strong&gt; ป้ายยาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วแกล้งเอื้อมมือกดปุ่มมิเตอร์ จากนั้นพยายามอังมือไว้ที่ช่องแอร์ โดยหันแอร์ไปทางผู้โดยสารและปิดกระจกรถกลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นที่นุ่งกระโปรงสั้น สวมเสื้อผ้าไม่มิดชิด ใส่เครื่องประดับล่อแหลมวิธีรับมือ : ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นี้ให้รีบเปิดกระจกสูดอากาศภายนอก และลงจากรถทันที จดทะเบียนรถ แจ้งตำรวจ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ภัยอาวุธป้องกันตัวภารกิจ :&lt;/strong&gt; ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว อาทิ คัตเตอร์, เครื่องช็อตไฟฟ้า, สเปรย์พริกไทย, กระบอกไฟฟ้า, ปืนปากกา ของเหยือ กลับมาทำร้ายเหยื่อกลุ่มเป้าหมาย : วัยรุ่นหญิงที่ชอบพกอุปกรณ์เหล่านี้ติดกระเป๋าวิธีรับมือ : อุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนดาบสองคม ก่อนใช้ควรศึกษารายละเอียดและวิธีใช้ และควรพิจารณาว่าเครื่องมือเหล่านี้สามารถรับมือกับคนร้ายได้หรือเปล่า ถ้าคิดว่าไม่รอด ไม่ต้องควักออกมา จะเป็นภัยตัวเองเปล่าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเมื่อเรารู้วิธีป้องกันตัวเองแล้วอย่าลืมเอามาใช้ล่ะข้อมูลจาก&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.mcot.net/lady/query.php?id=1124&amp;amp;type=2"&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8056564710449250983?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8056564710449250983/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8056564710449250983' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8056564710449250983'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8056564710449250983'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2009/10/blog-post_7104.html' title='อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-9053906957041769380</id><published>2009-10-04T10:22:00.000-07:00</published><updated>2009-10-04T10:23:56.463-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ยาเสพติด'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แก๊งข้ามชาติ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นกต่อ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แก๊งค้ายา'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หญิงไทย'/><title type='text'>เตือนหญิงไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาฯ ข้ามชาติ!</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การรณรงค์และมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านทำข้อตกลงต่อต้านยาเสพติดร่วมกัน เพื่อให้การแพร่ระบาดลดลง มีผลให้ผู้ค้ายาเสพติดเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ เพื่อหลบหนีมาตรการตรวจจับอันรัดกุมของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลในประเทศเพื่อนบ้าน จนผู้ค้าไม่สามารถส่งสินค้า หรือลำเลียงยาเสพติดได้อย่างสะดวก&lt;br /&gt;กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากนักโทษยาเสพติดที่ถูกจับในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ประมวลได้ว่า คนไทยถูกชักนำเข้าสู่กระบวนการค้ายาเสพติด ในฐานะผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศที่สาม (อินเดียและปากีสถาน) ไปยังแหล่งจำหน่ายในประเทศจีน&lt;br /&gt;ผู้จ้างวานส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทย โดยกลุ่มคนเหล่านี้เริ่มต้นด้วยการใช้ นกต่อ ที่เป็นผู้หญิงไทยซึ่งอาจเป็นภรรยา ติดต่อกับ "เหยื่อ" หญิงไทยที่พร้อมจะเสี่ยงเป็นผู้ขนลำเลียงยาเสพติด "นกต่อ" ให้เหยื่อเดินทางไปยังแหล่งยาเสพติด โดยออกค่าเดินทางพร้อมเงินติดตัวไม่รวมค่าจ้างและ เมื่อได้รับของแล้วเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง คือ ประเทศจีนซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขนักโทษไทย ที่ถูกจับกุมในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดอยู่ถึง 60 ราย&lt;br /&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือกว่าครึ่งของนักโทษที่ถูกจับกุมมีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่า อายุในวัยทำงานเฉลี่ย 20-30 ปี ซึ่งผู้ถูกจับกุมถูกนายหน้า คนกลางชักจูงว่าหากถูกจับได้รับโทษจำคุก เพียง 5-10 ปีเ ท่านั้น แต่ในความเป็นจริงโทษที่ได้รับนั้นเป็นโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุก ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีหญิงไทยต้องโทษ ในอเมริกาใต้17คนข้อหา "ลักลอบขนยาเสพติด" หญิงไทยดังกล่าวหวังขนยาเสพติดโคเคน กลับประเทศไทยแต่ถูกจับได้&lt;br /&gt;กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุลจึงออกเตือนหญิงไทยหรือผู้ที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อระวังการถูกชัก ชวนหรือชักจูงจากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติเหล่านี้ และสุดท้ายผู้ขนส่งยาเสพติดไม่มีทางรอดต้องโทษสูงสุดประหารชีวิตครอบครัว เดือดร้อนยิ่งกว่าเดิมรวมทั้งขอให้คำนึงถึงผลร้ายของการค้ายาเสพติดที่ทำลาย สังคมและเยาวชนพบเบาะแสหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กองคุ้มครองฯ โทร.0-2575-1046-51&lt;/span&gt; &lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ที่มา คมชัดลึก&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-9053906957041769380?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/9053906957041769380/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=9053906957041769380' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/9053906957041769380'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/9053906957041769380'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2009/10/blog-post_04.html' title='เตือนหญิงไทยตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาฯ ข้ามชาติ!'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-5934353407496958672</id><published>2009-10-04T10:07:00.000-07:00</published><updated>2009-10-04T10:22:09.930-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มูลนิธิเพื่อนหญิง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฆ่าสามี'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฆาตกรรม'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรุนแรง'/><title type='text'>ฉันฆ่าสามี!! ตราบาป...ไม่ยุติธรรม</title><content type='html'>"นังผู้หญิงใจบาป ขนาดผัวมันยังฆ่าได้ลงคอ!!"&lt;br /&gt;คำด่าทอจากสังคมยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกของ มะลิ และ เอื้องจันทน์ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งผู้เสียชีวิตก็หาใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นสามีที่รวมเรียงเคียงหมอนมาด้วยกัน&lt;br /&gt;สังคมรุมประณามหยามเหยียด โดยหารู้ไม่ว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นจำเลย พวกเธอต้องตกอยู่ในสภาพ....ผู้ถูกสามีกระทำความรุนแรง จนบอบช้ำรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ!!&lt;br /&gt;"สมกับคำด่าของเขาแล้ว"&lt;br /&gt;มะลิ หญิงชาวชัยภูมิ วัย 30 ปี อาชีพก่อสร้าง พูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "เพราะฉันเป็นคนฆ่าเขาเองกับมือ" เธอรับสารภาพ ทั้งที่ตลอด 6 ปีที่อยู่กินกับสามีอาชีพช่างก่อสร้างเหมือนกัน จนมีลูกชายด้วยกัน 1 คนนั้น เขาไม่เคยเป็นสามีและพ่อที่ดีเลย วันๆ เอาแต่กินเหล้า เสพยาบ้า ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันบ่อยๆ และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะกระทำกับเธอประดุจกระสอบทราย&lt;br /&gt;"เวลาเขาโกรธเขาจะชอบบีบคอ ด่าหยาบๆ ทำร้ายตบตี มีหลายครั้งเจ็บปางตายต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้ม"&lt;br /&gt;แต่มะลิก็อดทน แม้เขาจะทำร้ายอย่างไร เธอก็ยังให้อภัย...&lt;br /&gt;กระทั่ง ...เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทั้งคู่ทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิมๆ ที่เขาเอาแต่กินเหล้าไม่สนใจลูกเมีย เขาลงมือตบตีจนมะลิทนไม่ได้ บอกเลิก และจะกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ที่ชัยภูมิ&lt;br /&gt;"ก่อนจะไป ขอตีให้น่วมก่อน" สามีพูดก่อนเดินถือค้อนเข้ามาหวังจะตีมะลิ ระหว่างนั้นมะลิหันไปเห็นมีดอยู่ข้างๆ เธอจึงยกมีดขึ้นมาเพื่อใช้ป้องกันตัว เหตุการณ์ชุลมุนอยู่พักหนึ่ง แล้วมีดก็ปักเข้าไปที่ท้องของผู้เป็นสามี!! เขาล้มลง พร้อมกับทิ้งตราบาปให้มะลิต้อง "มือเปื้อนเลือด" ไปตลอดชีวิต&lt;br /&gt;ขณะนี้ คดีของมะลิอยู่ในชั้นการพิจารณาสอบสวนของอัยการ โดยได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อนหญิง&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับ เอื้องจันทน์ อายุ 52 ปี ชาวจ.พะเยา อาชีพค้าขาย ซึ่งมีชะตาชีวิตไม่ต่างจากมะลิ แม้สามีของเอื้องจันทน์จะไม่ติดเหล้า ติดยา แต่ความเจ้าชู้ของเขานั้น หาตัวจับยากจริงๆ&lt;br /&gt;"อยู่กับเขามา 17 ปี เจ็บช้ำน้ำใจเรื่องความเจ้าชู้มาตลอด" ซึ่งนี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอด 17 ปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน&lt;br /&gt;"ครั้งล่าสุด อายุตั้ง 77 แล้วยังไม่เลิกเจ้าชู้ แถมยังโทรศัพท์พูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าเรา แต่พอคุยกับเราตะคอกใส่ทุกคำ" เอื้องจันทน์ระบายความอัดอั้น "พอเราจับได้ ก็ไม่ยอมรับ แถมยังจุดธูปต่อหน้าพระสาบานว่า หากมีจริง ขอให้ตายภายใน 3 วัน 7 วัน"&lt;br /&gt;2 เดือนต่อมาหลังจากวันที่สาบาน เขาก็เสียชีวิตลง! จากเหตุการณ์ที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเรื่องที่ฝ่ายชายไปมีหญิงอื่น ไม่ยอมให้เงินใช้จ่ายเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ เอื้องจันทน์ถูกสามีทำร้ายด้วยการเตะ ตีเข่า ชกบริเวณหน้าอก และตีด้วยท่อนเหล็ก เธอจึงหยิบมีดขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว เป็นจังหวะเดียวกับที่สามีโถมตัวเข้ามาพอดี ปลายมีดแทงเข้าไปบริเวณซี่โครงซ้าย 1 ครั้ง&lt;br /&gt;จากเหตุการณ์นี้ ทำให้เอื้องจันทน์ถูกควบคุมตัวเข้าฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงเป็นเวลา 18 วัน ข้อหาฆ่าคนตาย ก่อนที่บุตรสาวจะประกันตัวออกมา เธอยอมรับกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีข้อแก้ตัว ซึ่งถ้าไม่ห่วงลูกสาวและหลานๆ ให้เธออยู่ในนั้นตลอดไปก็ได้&lt;br /&gt;"ยอมรับ ตัวเองว่าเป็นคนบาป เครียดมาก มีแต่คนประณามว่าดิฉันเลว แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ตลอดเวลามันเจ็บช้ำแค่ไหน ด้วยความสัตย์จริงว่า ฉันไม่ได้อยากฆ่าเขา เพราะถ้าอยากให้เขาตายจริง คงไม่อยู่กับเขามาถึง 17 ปีหรอก" แล้วเธอก็ร้องไห้&lt;br /&gt;ขณะนี้ คดีของเอื้องจันทน์อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าผลการดำเนินคดีจะออกมาอย่างไร เอื้องจันทน์ก็น้อมรับชะตากรรม&lt;br /&gt;"ชีวิตนี้เพิ่งได้มาเจอ ขอแค่ครั้งเดียวพอแล้ว ชาติไหนๆ ก็ขออย่าได้เจออีกเลย" พูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น&lt;br /&gt;เรื่องราวชีวิตของเธอทั้งคู่ เปรียบเสมือนกระจกส่องครอบครัวไทยหลายๆ ครอบครัว ที่ผู้หญิงถูกกระทำเหมือนไม่ใช่คน จริงอยู่ แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในทางกฎหมาย มันเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ และควรได้รับโทษทัณฑ์ แต่หากมองย้อนกลับไปถึงสาเหตุโศกนาฏกรรม&lt;br /&gt;"ตราบาป" ที่ได้รับวันนี้ มันไม่ยุติธรรมเลย!!!&lt;br /&gt;สถิติน่าห่วง ชนวนโศกนาฏกรรม&lt;br /&gt;- นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า สำหรับกรณีภรรยาฆ่าสามีนั้น เมื่อก่อนนานๆ 4-5 ปี มี 1-2 คน แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 2-3 คนต่อปี&lt;br /&gt;- นางสาวปานจิตต์ แก้วสว่าง นักสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิผู้หญิง ได้ให้ข้อมูลว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552 มูลนิธิได้ช่วยเหลือผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 110 คน โดยเกือบทั้งหมดเป็นความรุนแรงที่กระทำโดยสามี นอกจากนี้ยังได้ช่วยเหลือผู้หญิงในคดีเจตนาฆ่าสามีจำนวน 4 คน&lt;br /&gt;- นายจีราวัฒน์ จันทร์หอม หัวหน้าฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์ประชาบดี 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยข้อมูล ในช่วงเดือนตุลาคม 2551 ถึงเดือนสิงหาคม 2552 มีผู้หญิงถูกละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ ทางจิตใจ โทรศัพท์มาปรึกษาและขอความช่วยเหลือ 262 เรื่อง ซึ่งมีถึง 214 เรื่องที่ถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนใหญ่มีอายุ 31-40 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้หญิง&lt;br /&gt;ที่มา สนุกดอทคอม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-5934353407496958672?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/5934353407496958672/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=5934353407496958672' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5934353407496958672'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5934353407496958672'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='ฉันฆ่าสามี!! ตราบาป...ไม่ยุติธรรม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3719538930189426728</id><published>2008-12-20T11:48:00.000-08:00</published><updated>2008-12-24T10:03:47.713-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก'/><title type='text'>ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก</title><content type='html'>&lt;div id="FULL-PAGE-ITEMS"&gt;&lt;div id="HEALTH-CONTENT"&gt;&lt;h2 class="header"&gt;ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก ตอนที่ 1&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;&lt;span class="content_head_blue"&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;ผมได้พบเด็กจำนวนมาก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาปรึกษาด้วยเรื่องพูดช้า&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#333333;"&gt;พัฒนาการทางภาษาช้า ไม่ค่อยทำตามสั่ง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#333333;"&gt;บางคนอายุ 2 -3 ขวบ แล้วแต่ยังไม่พูด หรือพูดได้เป็นคำเดี่ยวๆ นานๆ พูดครั้ง ส่วนใหญ่มักพูดเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อได้วินิจฉัยแยกโรคแล้วว่าไม่ใช่สาเหตุจากการได้ยินผิดปกติ ไม่ใช่เด็กออทิสติก และไม่ได้เกิดจากความบกพร่องทางสติปัญญาแล้ว ประวัติที่สำคัญอีกอันหนึ่งซึ่งมีความสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกดูทีวีมากเกินไปหรือไม่ โดยทั่วไปปัญหาจะ เกิดกับเด็กที่ดูนาน 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่แค่ 1-2 ชั่วโมง และมักไม่ใช่เด็กที่ดูทีวีแบบช่วงสั้น เช่นดู แต่โฆษณาบางอันที่ชอบ แล้วไป เล่น แต่มักเป็นเด็กที่สนใจดูต่อเนื่อง 30 นาที บางครั้งเป็นชั่วโมง ถ้าเป็นวิดีโอซีดีก็สนใจดูจนจบแผ่น อาจดูซ้ำๆ หลายรอบ และมักมี อารมณ์ร่วมกับเนื้อหาที่ดู มีหัวเราะลุก ขึ้นเต้นตาม เด็กบางคน เริ่มสนใจดูทีวีตั้งแต่อายุยังน้อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น อายุเพียง 9 เดือนเท่านั้น และมักดูต่อเนื่องมาเรื่อยๆ และนานขึ้น เรื่อยๆเมื่ออายุมากขึ้น เด็กกลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มที่มีพัฒนาการทางภาษาล่าช้า เนื่องจากจากการ ขาดการกระตุ้น ขาดการมี ปฏิสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู ทางการแพทย์ใช้คำว่า Improper stimulation หรือ Psychosocial deprivation เดิมเด็กกลุ่มนี้ คือ เด็กที่อยู่ตามสถานสงเคราะห์ พ่อแม่ทิ้ง เจ้าหน้าที่เลี้ยงดู เด็กงานมาก ต้องดูแลเด็กหลายคนจึงไม่มีเวลาเล่นหรือพูดคุยกับเด็ก เด็กมักอยู่คนเดียวตามลำพัง ขาดการกระตุ้นจากผู้ใหญ่ มักพัฒนาการด้านภาษาและสังคมช้า ไม่ค่อยพูด ซึม ไม่ค่อยยิ้ม นั่งโยกตัว เล่นคนเดียว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;&lt;span class="content_head_green"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;ตัวอย่างที่ผมได้พบ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#333333;"&gt;คือ มีเด็กรายหนึ่งอายุ 2 ปี มาด้วยยังไม่พูด คุณแม่เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกเอง แม่ชอบเปิดโทรทัศน์ให้ดูเกือบตลอดวันเพราะเห็นว่าลูกชอบและนิ่งดี ไม่ซน แม่จะได้มีเวลาทำงานบ้านได้สะดวก คุณแม่ท่านนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพัฒนาการลูกทางอ้อม แต่ทำไปเพราะไม่รู้เห็นว่าลูกมีความสุขดี ตัวเองก็จะได้ทำงานบ้านได้สะดวก อีกรายหนึ่ง อายุประมาณ 2 ปี 6 เดือน ดูวิดีโอซีดีรายการของเด็ก เช่น เทเลทับบี้ บาร์นี่ ซึ่งเป็นภาคภาษาอังกฤษ โดยให้ดูตั้งแต่อายุเพียง 1 ขวบเพราะคิดว่าลูกจะได้หัด ฟังและพูดภาษาอังกฤษ แต่ผลกลับตรงกันข้ามคือลูกกลับพูดช้า มีแต่ภาษาแปลกๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เรียกไม่ค่อยหัน ไม่ทำตามสั่ง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="content_head_th"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#990000;"&gt;ทีวีแทนคนไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;&lt;span class="content_head_blue"&gt;เมื่อ 100 กว่าปีก่อน...&lt;/span&gt; มนุษย์ยังไม่รู้จักโทรทัศน์ ทางเดียวที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันก็คือการพูด ลูกของมนุษย์เรียนรู้การพูดผ่านการมี ปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ แต่ปัจจุบันเด็กเล็กๆ หลายคนเติบโตมาพร้อมกับจอสี่เหลื่ยมที่เหมือนมีคน อยู่ข้างใน พูดคุยได้ หัวเราะได้ ร้องไห้ได้ ยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยก้าวหน้าทำให้มี สื่อหลายรูปแบบมากขึ้น จากรายการโทรทัศน์ธรรมดา ก็มี รายการจากเคเบิลทีวี ซึ่งมีให้ดู ตลอด 24 ชั่วโมง เวลาสี่ทุ่มแล้วก็ยังมีรายการการ์ตูนให้ดู และจากวิดีโอเทปก็พัฒนาเป็นวิดีโอซีดี เปิดปิดได้ง่ายเพียงปลายนิ้วกด เพราะฉะนั้นเด็ก 2-3 ขวบ บางคนอาจกดวิดีโอซีดีดูเองได้ตามต้องการ นอกจากนี้ถ้าใครมีลูกหลานจะเห็นว่าเด็กหลายคน ดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ที่ชอบจากวิดีโอซีดี ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็น 10 ครั้ง โดยไม่เบื่อหน่าย ดูจนจำตอนได้หมดก็ยังดู&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;&lt;span class="content_head_blue"&gt;ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดปัญหาก็เพราะทีวีนั้นต่างกับคนตรงที่การดูทีวีนั้นเป็นการสื่อสารทางเดียว (One way communication)&lt;/span&gt; คือ ไม่ว่าเด็กจะยิ้ม หัวเราะ หรือพยายามสื่อสารทางกายด้วย ทีวีไม่เคยตอบสนองกลับคืนมาเลย มันจะส่งภาพและเสียงออกมาตามสัญญาณโทรทัศน์ที่ได้เท่านั้น ทีวีหรือวิดีโอซีดีจึงแทนความสัมพันธ์กับคนไม่ได้ เด็กที่ดูทีวีตลอดวันจึงเรียนรู้แต่การรับ อย่างเดียว ไม่เรียนรู้การส่ง หรือการสื่อสารออกไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="content_head_th"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#990000;"&gt;ทฤษฏีการตัดแต่งกิ่งไม้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;&lt;span class="content_head_blue"&gt;งานวิจัยต่างๆ ในปัจจุบันให้เราเข้าใจเหตุปัจจัยที่มีผลต่อสมอง และพัฒนาการมากขึ้น&lt;/span&gt; พอที่จะนำมาอธิบายว่าทำไมเด็กที่ทีวีมากๆ จึงมีปัญหาพูดช้า พัฒนาการทางภาษาช้า นั่นคือเรื่องการตัดแต่งกิ่งไม้ (prunning) หรือการสูญหาย ไปของจุดเชื่อมต่อของใยประสาทในสมองกล่าวคือในสมองของคนเราจะมีเซลล์ประสาทสมอง (neurons) และมีใยประสาท (dendrite) จำนวนมากรับกระแสประสาทขาเข้า ซึ่งส่งมาจากส่วนส่งออก (axon) ของเซลล์ประสาทอื่นด้วย เซลล์ประสาทสมองจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยสั่งการเป็นกระแสไฟฟ้าและสารเคมีไปสื่อสารกับเซลล์อื่น เรื่องน่าแปลกก็คือในเด็กเล็กนั้นธรรมชาติจะกำหนดให้สร้างใยประสาทในสมองเป็น 2 เท่าของจำนวนที่ใช้จริง เซลล์ประสาทที่ใช้ บ่อยๆจะรวมกันเป็นกลุ่ม ทุกอย่างที่เด็กถูกกระตุ้นผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น การเห็น การได้ยิน การสัมผัส การกระตุ้นเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าไปยังจุดเชื่อมต่อของใยประสาท (synapse) เพื่อสื่อสารกับเซลล์ประสาทสมองอื่นๆ จุดเชื่อมต่อที่แข็งแรงจะถูกเลือกเก็บไว้ ถ้าไม่ถูกใช้ จุดเชื่อมต่อใยประสาท ที่ไม่ได้สื่อสารกับเซลล์ประสาทสมองอื่นจะหมดสภาพ คล้ายการเชื่อมต่อกับเซลล์อื่นในที่สุดจะลีบฝ่อตายไป เหมือนการแต่งกิ่งของต้นไม้ (pruning) คือ อันไหนไม่ใช้ก็ตัดทิ้งไป (use it or lose it) ประมาณกันว่าเด็กจะเสียจุดเชื่อมต่อใยประสาทประมาณ 20 พันล้านต่อวัน การกระตุ้นให้จุดเชื่อมต่อใยประสาท ทำงานอย่างเหมาะสมจะทำให้สมองส่วนนั้นทำงานเต็มที่ ถ้าถูกกระตุ้นให้ใช้ ใยประสาทก็จะแข็งแรงไม่ฝ่อไป แต่ไม่ถูกกระตุ้นใยประสาทของสมองส่วนนั้นอาจฝ่อไป ตัวอย่างการเลือกเก็บใยประสาท ได้แก่การเรียนรู้ทางภาษา สมองของเด็กเปิดรับรู้ภาษาตั้งแต่แรกเกิด ถ้าได้รับการกระตุ้น และเรียนในวัยเด็กเล็กก็จะมีสามารทางภาษาดีกว่าไปเรียนภาษาเมื่อโตแล้ว ดังนั้นจึงอธิบายได้ว่าเด็กที่ดูแต่โทรทัศน์ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียว เกือบตลอดวันนาน 6-8 ชั่วโมงโดยสนใจจดจ่ออยู่แต่จอทีวี ไม่สนใจผู้คนหรือสิ่งรอบข้าง เด็กก็จะขาดเวลาและโอกาสที่จะได้รับการกระตุ้นทางการพูดคุย และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ เซลล์ประสาทสมองที่เกี่ยวกับพัฒนาการทางภาษาโดยเฉพาะการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นก็จะไม่ได้รับการกระตุ้น เด็กกลุ่มนี้อาจ เรียนรู้ที่จะรับอย่างเดียว ไม่เรียนรู้ที่จะส่งหรือสื่อสารออกไป เพราะทีวีไม่เคยสนใจหรือตอบสนองต่อการส่งหรือสื่อสารของเด็ก เด็กกลุ่มนี้จึงพูดช้า ไม่ค่อยทำตามสั่ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="content_head_th"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#990000;"&gt;กฏและคำเตือนที่เราไม่ค่อยรู้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;เมื่อโทรทัศน์มีผลกระทบต่อพัฒนาการด้านภาษาและสังคมมากดังได้พูดคุยกันไปแล้ว สมาคมกุมารแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงออกกฏและคำเตือนให้ยึดถือและปฏิบัติในเรื่องการให้เด็กดูโทรทัศน์ ดังนี้คือ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่ควรให้ดูโทรทัศน์เลย (ย้ำนะครับว่าไม่ควรให้ดูโทรทัศน์เลย) และเด็กที่อายุเกิน 2 ปีก็ควรดูไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน มีแต่เลข 2 จำง่ายดีครับ ผมคิดว่าเป็นหลักเกณฑ์ที่ดีมาก แต่ในประเทศไทยมีคนพูดถึง หรือให้ความสำคัญน้อยมาก ฝากคุณพ่อคุณแม่ช่วยบอกและเตือนกันต่อๆ ไปด้วยครับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="content_head_th"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#990000;"&gt;มาเล่นกับลูกกันเถอะ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;color:#333333;"&gt;หลังจากได้ปรึกษาแพทย์แล้ว การช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ ก็คือ &lt;span class="content_head_green"&gt;การแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ปิดทีวีเสีย (บางบ้านต้องเอาทีวีไปเก็บซ่อนไว้เลย เพื่อไม่ให้เด็กเห็น) แล้วลงมาเล่นกับลูกแบบมีปฏิสัมพันธ์&lt;/span&gt; เช่น เล่นจ๊ะเอ๋ ไล่จับ ซ่อนหา หรือนั่งต่อเลโก้ด้วยกัน เล่นอะไรก็ได้ที่มี รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มีการพูดคุยโต้ตอบกันกับลูก (ซึ่งทีวีทำแบบนี้ไม่ได้แน่) การเล่นมีความหมายสำหรับพัฒนาการของเด็กมากครับ ดังนั้นขอเพียงมีเวลาให้ลูกและร่วมกับความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของการกระตุ้นพัฒนาการและสมอง เล่นกับลูกน้อยแทนที่จะให้เขาจม อยู่กับทีวีทั้งวันช่วยเหลือลูกได้แน่นอนครับ หลังจากปิดทีวีและเล่นกับลูกอย่างมีปฏิสัมพันธ์แล้ว เด็กกลุ่มนี้จะเริ่มดีขึ้นเร็ว ภายในเวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ซึ่งต่างจากเด็กออทิสติกซึ่งมักต้องใช้เวลานานจึงจะเริ่มดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจบอกว่าเล่นกับลูกไม่ค่อยเป็น เล่นไม่เก่ง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นความสำคัญของการเล่นและอาศัยความรักลูกซึ่งพ่อแม่ทุกคนมีอยู่แล้ว เราฝึกได้ครับ การเล่นกับลูกเป็นทักษะ (Skill) อย่างหนึ่ง พยายามเล่นกับลูกบ่อยๆ ก็จะเก่งขึ้นเองครับ การเล่นกับลูกนั้นนอกจากจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกแล้วยังทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักและเข้าใจในตัวลูกมากขึ้น ลูกก็จะรู้จักและเข้าใจในตัวเรา มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการเลี้ยงดูลูกต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;a style="FONT-WEIGHT: 700; TEXT-DECORATION: none" href="http://www.bangkokhospital.com/thai/finddoctor/doctor_sche.asp?DrID=440" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="th"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;ที่มา&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:85%;"&gt;: นพ.กมล แสงทองศรีกมล&lt;br /&gt;กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3719538930189426728?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3719538930189426728/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3719538930189426728' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3719538930189426728'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3719538930189426728'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_20.html' title='ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-7084102115963113227</id><published>2008-12-19T11:45:00.000-08:00</published><updated>2009-10-04T10:31:05.929-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อันตรายใกล้ตัว ตอนน้ำดื่ม'/><title type='text'>อันตรายใกล้ตัว ตอนน้ำดื่ม</title><content type='html'>วันหมดอายุของน้ำดื่มที่พิมพ์แปะไว้ข้างขวดน้ำดื่มที่เราใช้บริโภคในชีวิตประจำวันหลากหลายยี่ห้อนั้นสำคัญไฉน? บางคนบอกว่ามีด้วยหรือ ? ,ไม่เคย สังเกตุ , ทำไมต้องมี ? ,น้ำดื่มมีวันหมดอายุ ด้วยหรือ ? , บ้างบอกว่าขวดใส ๆ ไม่มีสิ่งปนลงไปได้หรอก ฝาก็ปิดสนิท อะไรจะเข้าไป ได้ ? หากเข้าไปเราก็ต้องสามารถมองเห็นได้&lt;br /&gt;มีหลายเหตุผลครับสำหรับวันหมดอายุที่ติดอยู่ข้างขวดน้ำดื่ม&lt;br /&gt;เหตุผลแรก สินค้าทุกอย่างต้องมีวันหมดอายุไม่ว่าจะ เป็นขนมถั่ว หรือสินค้าที่เน่าเปื่อยได้อื่นๆ&lt;br /&gt;อีกเหตุผลหนึ่งคือรสชาติของมัน ตราบใดที่น้ำดื่มไม่ได้ถูกเปิด มันจะปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่จะดื่ม แต่รสชาติสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ขวดพลาสติกสามารถทำให้รสชาติแย่ลงได้ถ้ามีการเก็บที่ไม่ดี แสงแดดก็เช่นกันสามารถทำให้พลาสติกเสื่อมคุณภาพ และปะปนลงไปในน้ำดื่มได้ แก๊สหลายชนิดสามารถผ่านพลาสติกเข้าไปได้ ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติของน้ำที่อยู่ในขวด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงควรเก็บขวดพลาสติกในสถานที่มืด แห้งและไม่ควรให้อยู่ใกล้กับสารเคมีภายในบ้านเช่น ทินเนอร์ (thinner) น้ำมันและสารทำความสะอาดชนิดแห้ง&lt;br /&gt;มีคำแนะนำ เมื่อเปิดขวดน้ำดื่มแล้ว ควรใช้ควรภายใน 2 อาทิตย์เพราะว่าสาหร่ายหรือแบคทีเรียจะเจริญเติบโต และมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้&lt;br /&gt;ดังนั้นน้ำในขวดที่ยังไม่เปิด จะไม่ เสีย แต่รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเราต้องสังเกตุดูวันหมด อายุนั่นเอง&lt;br /&gt;สรุปการมีวันหมดอายุที่ข้างขวดน้ำดื่มเป็นเรื่องของ พรบ.อาหารและยา (อย.) และรสชาติที่ดีครับ&lt;br /&gt;ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องขวดน้ำดื่มแล้ว ขอเล่าต่อเรื่องที่เคยเป็นข่าวผ่านทีวีเกี่ยวกับเรื่องขวดน้ำพลาสติกที่เรามักใช้กันอยู่ในชีวิตประวันกันต่ออีกสักหน่อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนที่ชอบใช้ความสะดวก หาซื้อได้ไม่ยาก ตามห้างสรรพสินค้า ร้านเซเว่น รวมไปถึงที่มีแจกตามปั้มน้ำมันที่เมื่อเรา เติมน้ำมันครบ 800 บาทแถมน้ำฟรี 1 ขวด ทำนองนี้เป็นต้น คุณเคยคำนึงถึงเรื่อง ต่างๆ ที่กล่าวมาแต่ตอนต้นกันบ้างหรือไม่&lt;br /&gt;ข่าวเขาว่ามีคนเสียชีวิตเพราะการนำขวดพลาสติกดังกล่าวไปบรรจุน้ำดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้สารพิษชนิดหนึ่งสามารถละลายออกมาปะปนกับน้ำดื่ม เนื่องจากขวดประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียว อายุใช้งานสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรเสียดายนำมาบรรจุน้ำดื่มอีก รวมทั้งน้ำที่อยู่กับขวดหากแม้ว่าเปิดกินไม่หมดแล้วเก็บไว้ในรถยนต์ ซึ่งรถดังกล่าวอาจจอดในที่มีอากาศร้อนจัด ๆ ความร้อนก็มีผลกับสารพิษที่มากับขวดได้ ดังนั้นเมื่อให้หมดภาย ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะหากเก็บขวดนั้นไว้ที่ร้อน ๆ&lt;br /&gt;จะว่าไปแค่น้ำดื่มที่บรรจุในขวด ยังมีปัญหาขนาดนี้ แล้วที่ท่านไปทานข้าวตาม ร้านข้าวแกง แล้วดื่มน้ำเปล่าที่ทางร้านค้า จัดให้ใส่ในเหยือกพลาสติก แก้วใส่น้ำแข็งเปล่าที่วางในถังที่ใช้แช่สารพัด เพื่อเพิ่มความเย็น ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งประกอบรอบข้างอีกไม่รู้เท่าไร&lt;br /&gt;ยังไงเสียก็อย่าลืมเรื่องวันหมดอายุของน้ำดื่ม และสถานที่เก็บน้ำดื่มในที่ที่ควรด้วยก็แล้วกันครับ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้ว ทำไมไม่บอก มีจริง ๆ น๊ะ วันหมดอายุของน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก และแม้ยังไม่หมดอายุก็ต้องเก็บไว้ในที่ที่สมควรด้วย เปิดแล้วดื่มไม่หมด เก็บไว้ดื่มต่อวันหน้าก็ไม่ค่อยจะดี หากยังขืนเสียดายขวด นำไปบรรจุซ้ำแล้ว ซ้ำอีกยิ่งไปกันใหญ่&lt;br /&gt;จำไว้วันหลังซื้อน้ำดื่ม ควรดูให้ดีทั้งรูปลักษณ์ แบบบรรจุ วัสดุที่ใช้บรรจุ สภาพฝาผนึกบรรจุอยู่ในสภาพสมบูรณ์หรือไม่ และที่สำคัญวันหมดอายุที่ข้างขวดครับ น๊ะจะบอกให้ เดี๋ยวจะหาว่า บานเย็น24 ไม่เตือน ข้อมูล : &lt;a href="http://banyen24.exteen.com/20080214/entry"&gt;http://banyen24.exteen.com/20080214/entry&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-7084102115963113227?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/7084102115963113227/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=7084102115963113227' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7084102115963113227'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7084102115963113227'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_19.html' title='อันตรายใกล้ตัว ตอนน้ำดื่ม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1474786812961831826</id><published>2008-12-18T11:37:00.000-08:00</published><updated>2009-03-09T18:46:25.111-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทีวี.... อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย'/><title type='text'>ทีวี.... อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย</title><content type='html'>เขียนโดย พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร  อังคาร, 19 กุมภาพันธ์ 2008  โทรทัศน์ ไม่ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ช่วงเวลา 0 - 6 ขวบ...ถือเป็นช่วงวัยทองของสมองมนุษย์ ต้องการการกระตุ้น จากมนุษย์ด้วยกัน อันหมายถึงพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู จะต้องสื่อสารกับเด็ก...สนับสนุนเด็กให้เรียนรู้ สิ่งรอบข้างตามธรรมชาติ ส่งเสริมพัฒนาการด้วยการเล่น การอ่านหนังสือ การพูดคุย&lt;br /&gt;"ไม่ควรให้เด็กดูโทรทัศน์...อย่าให้สนใจทีวีหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีชีวิต" ผลวิจัยในต่างประเทศแนะนำว่า...เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรดูทีวี...เล่นวีดิโอเกม เด็กวัยนี้เป็นวัยที่พ่อแม่ต้องให้เวลากระตุ้นพัฒนาการและสื่อสารกับเด็ก เกิดผลเสียในแง่...ไม่ประเทืองสมองและปัญญา ระหว่างดูโทรทัศน์ นานๆ ทำให้เด็กติดพฤติกรรม...นั่งและกิน"ยิ่งโตขึ้น...ก็ยิ่งใช้เวลาดูทีวีมากขึ้น นอกจากนี้ เด็กยังใช้เวลาไปกับสื่ออื่นอีก เช่น ท่องอินเตอร์เน็ตกับเรื่องไร้สาระ แชทรูม ดูหนังโป๊..."&lt;br /&gt;งานวิจัยของ พ.ญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบห้ามดูทีวี...ต้องย้ำเตือนให้พ่อแม่...ผู้ปกครอง เลี้ยงลูกด้วยความระมัดระวังมากขึ้น...&lt;br /&gt;พ.ญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ บอกอีกว่า ปัญหาวัยรุ่นไทยในวันนี้...อาจนำไปสู่วิกฤติของสังคมไทย ในอนาคต เด็กส่วนมากขาดการกระตุ้นพัฒนาการแบบองค์รวม&lt;br /&gt;ผลกระทบจากโทรทัศน์ต่อเด็ก มนุษย์นั้นเรียนรู้จากการเลียนแบบ การเลียนแบบเป็นกระบวนการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เด็กเรียนรู้ที่จะพูด เดิน กิน และทำตามอย่างพ่อแม่ กระบวนการนี้จะเกิดต่อเนื่องไปจนโต ในทำนองเดียวกัน ภาพที่เด็กเห็นจากโทรทัศน์ ล้วนมีผลให้เด็กซึมซับเป็นแบบอย่างทั้งสิ้น โทรทัศน์จะมีผลกระทบต่อเด็กมากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ จำนวนเวลาที่ดู อายุและพื้นฐานบุคลิกภาพของเด็ก การปล่อยให้เด็กดูคนเดียวหรือดูกับผู้ใหญ่ และพ่อแม่ได้พูดคุยอธิบายถึงสิ่งที่เห็นในโทรทัศน์ให้ลูกเข้าใจหรือไม่&lt;br /&gt;สถานการณ์ผลกระทบในเด็กไทย จากงานวิจัยเอแบคโพลล์ ในปี 2546 เรื่อง " ผลกระทบสื่อโทรทัศน์ต่อเด็ก" พบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองสังเกตเห็นว่ารายการโทรทัศน์มีผลต่อพฤติกรรมของเด็กในระดับปานกลางค่อนไปทางมาก ตั้งแต่การซื้อสินค้าตามโฆษณา (เด็กจะใช้เงินซื้อของเล่นและขนมตามโฆษณาประมาณร้อยละ 46.4 ของเงินที่ได้รับ) การเลียนแบบท่าทางในการ์ตูน การเลียนแบบทั้งการแต่งตัว คำพูดก้าวร้าว ใช้คำด่า ชกต่อย ตบตี&lt;br /&gt;นอกจากนี้ พ่อแม่ยังกังวลเรื่อง"เซ็กส์ล้นจอ" ซึ่งมาจากหนังต่างประเทศ ละครก่อน/หลังข่าว การ์ตูนญี่ปุ่น/ฝรั่ง มิวสิควีดีโอเพลง และการแต่งกายของพิธีกร ตามลำดับ ซึ่งพฤติกรรมทางเพศที่มักพบในโทรทัศน์ที่จะส่งผลต่อเด็ก ได้แก่ การแต่งกายหวาบหวิว ค่านิยมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เช่น มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะ ไปจนถึงฉากกอดจูบลูบคลำ ในด้านความรุนแรง พ่อแม่ร้อยละ 18.3 ระบุว่าสื่อโทรทัศน์กระตุ้นความรุนแรงในเด็ก โดยมาจาก หนังต่างประเทศ กีฬารุนแรง เช่น มวยปล้ำ การ์ตูนญี่ปุ่น ละครหลังข่าว และข่าว ตามลำดับ&lt;br /&gt;ข้อมูล : โครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็ก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)จาก thaibreastfeeding.com 3 พค.50&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1474786812961831826?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1474786812961831826/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1474786812961831826' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1474786812961831826'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1474786812961831826'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_18.html' title='ทีวี.... อันตรายใกล้ตัวลูกน้อย'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-7497877900055080666</id><published>2008-12-17T11:32:00.000-08:00</published><updated>2008-12-17T11:32:00.337-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แป้งเด็ก อันตรายใกล้ตัว?'/><title type='text'>แป้งเด็ก อันตรายใกล้ตัว?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ย่างเข้าหน้าฝน อากาศอบอ้าว บ้านเราเป็นเมืองร้อน หลายคนจึงเคยชินกับการประแป้ง เพราะรู้สึกว่าทำให้สบายเนื้อสบายตัว และด้วยความขาว กลิ่นหอม ๆ เย็นสดชื่น บางครั้งเราจึงลืมไปว่า แป้งฝุ่นก็คือสิ่งแปลกปลอมอย่างหนึ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจหากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง &lt;/span&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นพ.เพิ่มบุญ จิระบุญศักดิ์ โทรศัพท์มาเล่าสู่กันฟังว่า จากประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ พบว่าปัจจุบันมีเด็กป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจมากขึ้น และเมื่อลองแนะนำให้คนไข้หยุดใช้แป้งฝุ่นโรยตัวก็เห็นว่า มีอาการดีขึ้น &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คุณหมอจึงเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบน่าจะมีมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เช่น ติดฉลากเตือน โดยเฉพาะกับแป้งโรยตัวเด็กว่า &lt;em&gt;"อาจมีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง"&lt;/em&gt; เพราะเป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่าฝุ่นละอองต่าง ๆ นั้นมีผลกระทบต่อทางเดินหายใจ แต่พอมาเป็น "&lt;strong&gt;ฝุ่นแป้ง"&lt;/strong&gt; บรรจุกระป๋องเรากลับไม่ค่อยตระหนักถึงอันตราย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดแป้งฝุ่นโรยตัว เป็นเครื่องสำอางควบคุม โดยถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่&lt;strong&gt;อาจเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพอนามัยของผู้บริโภค แต่ไม่อยู่ในข่ายเสี่ยงต่ออันตรายรุนแรง &lt;/strong&gt;จึงไม่ต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง แต่ฉลากต้องมีข้อความที่กฎหมายกำหนด เช่น ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า วันเดือนปี ที่ผลิต วิธีใช้ และปริมาณสารสำคัญและสารควบคุม ซึ่งใน&lt;strong&gt;แป้งฝุ่นโรยตัวสำหรับเด็กกฎหมายกำหนดห้ามมีส่วนผสมของ กรดบอริก โซเดียมบอเรต เมนทอล การบูร&lt;/strong&gt; ส่วนแป้งฝุ่นโรยตัวทั่วไป อนุญาตให้มีกรดบอริก หรือ โซเดียมบอเรต ได้ไม่เกิน 3 % มีเมนทอลไม่เกิน 1.0 % และมีการบูร ได้ไม่เกิน 1.5 % &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดให้ &lt;strong&gt;แป้งเด็กต้องแสดงคำเตือนว่า&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;"ห้ามใช้โรยสะดือเด็กแรกเกิด"&lt;/strong&gt; ส่วนแป้งฝุ่นทั่วไปที่มีส่วนผสมของกรดบอริก โซเดียมบอเรต เมนทอล หรือการบูร จะต้องแจ้งเตือนว่า &lt;strong&gt;"ห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี"&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;"ระวังอย่าให้เข้าจมูกและปากเพราะอาจเกิดอันตรายได้"&lt;/strong&gt; ส่วนคำเตือนเรื่อง "ผลกระทบทางเดินหายใจ หรือภูมิแพ้" ที่คุณหมอเพิ่มบุญเสนอมานั้น อย.บอกว่าก็คงต้องรับไว้เสนออนุกรรมการพิจารณาอีกที &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ไม่ทราบว่า ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่อง การติดคำเตือนเรื่องภูมิแพ้ ลองช่วยกันส่งความคิดเห็นมาแลกเปลี่ยนที่ฉลาดซื้อกันดูบ้าง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในระหว่างนี้ ผู้บริโภคก็คงต้องทาแป้งอย่างมีหลักการ โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก ๆ เช่น อย่าโรยแป้งลงบนตัวเด็กโดยตรง เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นฟุ้ง อาจเข้าตาหรือจมูก ควรเทแป้งใส่มือถูให้เข้ากันก่อนแล้วค่อยทาที่ตัว แม้แป้งจะช่วยบรรเทาอาการอับชื้น แต่การทาแป้งมาก ๆ ก็ทำให้ผิวบอบบางของเด็กแห้งเกินไปได้เช่นกัน และเมื่อใช้เสร็จแล้ว อย่าลืมเก็บแป้งให้พ้นมือเด็ก ๆ เพื่อป้องกันเด็กนำแป้งไปละเลงเล่น หรือกินเข้าไปเพราะเด็กเล็ก ๆ จะเรียนรู้จากการสัมผัสโดยใช้ปาก &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ข้อมูลจาก วารสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 43 &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-7497877900055080666?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/7497877900055080666/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=7497877900055080666' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7497877900055080666'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7497877900055080666'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_17.html' title='แป้งเด็ก อันตรายใกล้ตัว?'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8777625675263016801</id><published>2008-12-16T11:31:00.000-08:00</published><updated>2008-12-16T11:31:00.493-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ผู้หญิงวัยหมดระดู ระวัง&quot;ภาวะกระดูกพรุน&quot;'/><title type='text'>ผู้หญิงวัยหมดระดู ระวัง"ภาวะกระดูกพรุน"</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#993300;"&gt;&lt;strong&gt;"กระดูก"&lt;/strong&gt; เป็นอวัยวะ "สำคัญ" อวัยวะหนึ่งที่ต้องดูแลก่อนที่อวัยวะชิ้นนี้จะ "สึกกร่อน" กลายเป็น "มหันตภัยต่อร่างกาย" ด้วยการป่วยเป็น "โรคกระดูกพรุน" นพ.วีรยุทธ เชาวป์ปรีชา ผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาลวิภาวดี เปิดเผยข้อมูลว่า จากสถิติขององค์การอนามัยโลก ทุก 30 วินาที จะมีผู้ป่วยที่กระดูกหักจากภาวะโรคกระดูกพรุนทั่วโลก 1 คน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;     "ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนมารับการรักษาที่โรงพยาบาลเกือบทุกวัน ทั้งกระดูกสะโพกหัก ปวดหลัง หลังโก่ง เดินไม่ได้ ทั้งหมดเกิดจากสาเหตุภาวะโรคกระดูกพรุนทั้งสิ้น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนและหักง่าย นพ.วีรยุทธ บอกว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคไทรอยด์ ผู้ที่ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่ขาดสารอาหารได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ผู้ที่ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือกินยาสเตียรอยด์เป็นประจำ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ผู้หญิงที่หมดประจำเดือน หรือได้รับการตัดรังไข่แล้ว ผู้ที่ดื่มสุรา สูบบุหรี่เป็นประจำ ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง แล้วยังคงใช้ชีวิตอย่างประมาทไม่ระวังตัว หากได้รับอุบัติเหตุแม้เพียงเล็กน้อย เช่น นั่งรถกระแทก โอกาสกระดูกหักก็มีสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และหากมีภาวะแทรกซ้อนจากการที่กระดูกหัก อาการอาจรุนแรงถึงขั้นพิการ หรือไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      &lt;span style="color:#800080;"&gt;&lt;strong&gt;"วิธีง่ายๆ ในการป้องกันภาวะกระดูกพรุน ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รักประทานอาหารที่มีแคลเซียม นอกจากนี้การเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกทุกปี จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคได้ เพราะหลังจากที่กระดูกหยุดเติบโตอายุ 30 ปีแล้ว ความหนาแน่นของกระดูกสามารถสร้างขึ้นทดแทนการสึกกร่อนได้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก : มติชน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8777625675263016801?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8777625675263016801/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8777625675263016801' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8777625675263016801'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8777625675263016801'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_16.html' title='ผู้หญิงวัยหมดระดู ระวัง&quot;ภาวะกระดูกพรุน&quot;'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-6703647830649463823</id><published>2008-12-15T11:30:00.000-08:00</published><updated>2008-12-15T11:30:00.985-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความเหงา-อารมณ์ส่วนเกิน อันตรายใกล้ตัว'/><title type='text'>ความเหงา-อารมณ์ส่วนเกิน อันตรายใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#800080;"&gt;นักจิตวิทยาแห่งมูลนิธิฮอตไลน์ แนะนำวิธีขจัดอารมณ์ส่วนเกิน ซึ่งเป็นปัญหานำพาไปสู่พฤติกรรมความสัมพันธ์ที่เสียหาย โดยมักรีบสรุปความสัมพันธ์ทั้งที่คบหาได้ไม่นาน ทางแก้ไขต้องคบหากับเพื่อนชายให้นานขึ้น ถ้าชอบก็บอกไปตรง ๆ ว่าจะคบหาในฐานะอะไร อย่าทึกทักเอาเอง ซึ่งหากผู้ชายปฏิเสธให้ถือเป็นเรื่องธรรมดา ยกตัวอย่างคุณแม่วัย 30 กว่า ปิ๊งกับตำรวจจราจรที่เจอหน้ากันทุกวันขณะไปส่งลูกที่โรงเรียน แต่พอรู้ตัวต้องรีบดับอารมณ์อ่อนไหวให้ทันการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;อรอนงค์ อินทรจิต นักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดจากมูลนิธิศูนย์ฮอตไลน์ ซึ่งมูลนิธิเอเชียให้การสนับสนุนกล่าวว่า ปัจจุบันพบหญิงไทยจำนวนมาก มีความเหงา ขาดความมั่นคงในจิตใจ และขาดความพึงพอใจในตนเอง ทั้งที่ปกติความเหงาเป็นสิ่งที่เกิดได้กับทุกคน ทุกสถานการณ์ เพียงแต่พื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูตลอดจนสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมคนคนหนึ่ง ช่วยให้สามารถแยกแยะความรู้สึกแท้จริงกับอารมณ์ส่วนเกินได้ ให้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อ แต่อารมณ์อ่อนไหวในความเหงาของการดำเนินชีวิตประจำวันที่ขาดการขัดเกลา และไม่สามารถแยกแยะระหว่างความรู้สึกจริง ๆ กับความรู้สึกส่วนเกิน ทำให้ผู้หญิงมากมายก้าวไปสู่พฤติกรรมความสัมพันธ์ที่นำความเสียหายมาสู่ตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#0000ff;"&gt;"จากจำนวนผู้หญิงที่โทรศัพท์เข้ามาปรึกษาศูนย์ฮอตไลน์ พบว่า การได้รู้จักพบปะเพื่อนชายในระยะสั้น แต่เมื่อฝ่ายชายแสดงความสุภาพ เอาอกเอาใจ ให้ความสนใจความสำคัญด้วยการเล่าเรื่องในครอบครัวหรือปรึกษาปัญหาด้วย ผู้หญิงจะสรุปว่าผู้ชายเลือกและสนใจในฐานะคู่รักหรือคนรัก ครั้นพบว่าเขามีคนรักอยู่แล้วหรือหายหน้าไป ผู้หญิงส่วนใหญ่รับไม่ได้กับความรู้สึกว่าตัวเองถูกปฏิเสธ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เกิดความรู้สึกกลายเป็นคนไร้ค่า ไม่เป็นที่ต้องการ ทั้ง ๆ ที่คบหากันได้อย่างนานที่สุดไม่เกิน 3 เดือน"&lt;/span&gt; นักจิตวิทยาเปิดเผยปัญหาที่พบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อรอนงค์ให้คำแนะนำว่า ความอ่อนไหวที่นำไปสู่ความบาดเจ็บเหล่านี้ สามารถป้องกันด้วยการให้เวลาในการคบหากับเพื่อนต่างเพศอย่างน้อยหนึ่งปีขึ้นไป เพื่อให้รู้จักเขามากขึ้น หากรู้สึกว่าเริ่มชื่นชอบเขามาก ๆ ก็สามารถบอกตรง ๆ จะได้ชัดเจนไปว่าจะคบหากันในฐานะเพื่อนหรือคนรัก ไม่ทึกทักเอาหรือคิดฝันไปเอง หรือหากฝ่ายตรงข้ามปฏิเสธ ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราเองยังมีสิทธิจะชอบพอเขา เขาก็มีสิทธิจะไม่รักเราจริง ๆก็ได้ คนเราทุกวันนี้ คบหาแต่งงานอยู่กินกับเป็นสิบ ๆ ปียังเลิกร้างกันได้ นับประสาอะไรกับคนที่รู้จักกันได้ไม่นาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff00ff;"&gt;"ที่สำคัญหากรักชอบใครในระยะเวลา สั้น ๆ ก็อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก&lt;/span&gt; ให้ตระหนักว่า นั่นอาจจะเป็นอารมณ์ส่วนเกินก็ได้ หางานทำที่จะช่วยให้รู้สึกดี ๆ กับตัวเองมากขึ้น คิดถึงคนใกล้ชิด เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท สามีภรรยา หรือลูก ๆ ให้มาก&lt;span style="color:#008000;"&gt; อย่าปล่อยให้อารมณ์ส่วนเกินมามีอิทธิพลกับเราจนไม่สามารถควบคุมได้"&lt;/span&gt; อรอนงค์กล่าวให้คำแนะนำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักจิตบำบัดจากมูลนิธิฮอตไลน์ ยกตัวอย่างผู้หญิงคนหนึ่งที่โทรศัพท์มาปรึกษาว่า เป็นคุณแม่อายุ 32 ปี มีชีวิตครอบครัวที่ดี สามีดีพร้อมทุกอย่าง ทุกวันผู้หญิงคนนี้จะขับรถพาลูกเล็ก ๆ ไปส่งโรงเรียนที่หน้าโรงเรียนมีตำรวจจราจรมายืนโบกรถให้ผู้ปก ครอง คุณแม่ก็พบกับตำรวจหนุ่มซึ่งมีครอบครัวแล้วเช่นกัน ทุกวันสบตายิ้มโบกมือกัน แล้ววันหนึ่งคุณแม่ตกใจมากว่าไม่รู้ทำไมคิดถึงผู้ชายคนนี้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนคิดไปว่าหากเขาชวนดื่มกาแฟก็คงดี คงไปด้วย เริ่มอ่อนไหวกับอารมณ์ส่วนเกินนี้ แต่รู้ว่าไม่ดีแน่ หากปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างที่คิดฝันไปเรื่อย ๆ จะกลายเป็นการทำลายครอบครัวที่มีพร้อมทุกอย่างไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อรอนงค์ ให้ข้อคิดในตอนท้ายว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#993300;"&gt;"นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณแม่วัย 30 กว่าปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเรื่องเช่นนี้จะเกิดกับเด็กสาวหรือคนวัยรุ่นหนุ่มสาว ซึ่งถ้าหากปล่อยให้อารมณ์ของตนเองไหลไปเรื่อย ก็อาจนำไปสู่ปัญหาการคบหา หรือมีเพศสัมพันธ์กับชายที่ไม่ดีหรือไม่เหมาะสมกับเราก็ได้"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ที่มา ... สยามดารา &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-6703647830649463823?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/6703647830649463823/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=6703647830649463823' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6703647830649463823'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6703647830649463823'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_15.html' title='ความเหงา-อารมณ์ส่วนเกิน อันตรายใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-934579369581114008</id><published>2008-12-14T11:25:00.000-08:00</published><updated>2008-12-14T11:25:00.493-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='3 สัญญาณอันตราย ใกล้ตัวหญิง'/><title type='text'>3 สัญญาณอันตราย ใกล้ตัวหญิง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คุณผู้หญิงคะ เคยปวดท้องหน่วงๆ ในระหว่างที่มีประจำเดือนกันบ้างหรือเปล่าคะ หรือเคยเป็นแผลในช่องปากจนกินข้าวไม่ได้เป็นอาทิตย์บ้างมั้ย ดิฉันเชื่อว่า ทุกคนจะต้องตอบว่าเคยกันแน่ๆ แต่คุณคงไม่รู้หรอกว่า เจ้าอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทุกคนมักคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หายเนี่ย มันสามารถสร้างความเจ็บปวดให้กับคุณได้อย่างไม่คาดคิดกันเลยทีเดียว &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ดังนั้น จึงขอเอาตัวอย่างอาการปวด 3 แบบ ที่สาวๆ มักพบกันเสมอๆ มาเผยให้รู้ถึงอันตราย เพื่อที่จะเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที ถ้าคุณบังเอิญต้องเผชิญหน้ากับมัน &lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="color:#ff6699;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แผลในช่องปาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; เวลาที่คุณแปรงฟันแรงเกินไปจนทำให้เกิดแผลในช่องปาก อย่านะคะ อย่าเชิดต่อมันเชียว เพราะถึงแม้จะเป็นแค่แผลเล็กๆ ก็สามารถทำให้เกิดโรคร้ายแรงอย่าง Periodontal Disease ได้ ซึ่งโรคนี้จะไปทำลายเนื้อเยื่อเหงือกและกระดูกที่เป็นตัวยึดฟันของคุณ ทำให้มีอาการปวด เลือดออก อีกทั้งยังทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์โชยออกมาจากปากของคุณในช่วงที่ฮอร์โมนไม่ปกติ อย่างเช่น ช่วงมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ หรือช่วงที่กินยาคุมกำเนิด วิธีรับมือกับมัน ลองเปลี่ยนจากใช้แปรงธรรมดามาใช้แปรงไฟฟ้าดูสิคะ เพราะนอกจากจะช่วยขจัดหินปูนได้ดีกว่าแล้ว ยังอ่อนโยนต่อเหงือกของเราอีกด้วย แต่ถ้าเป็นแผลขึ้นมาแล้ว หลายวันก็ยังไม่หายสักที ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กจะดีกว่า เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้แล้ว ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และอาจถึงขั้นเป็นหมันได้เชียวนะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff6699;"&gt;ปวดท้องประจำเดือน&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เวลาที่คุณมีประจำเดือน แล้วรู้สึกปวดท้องมากราวกับว่าเหมือนมีอะไรมารัดท้องอยู่ละก็ อย่าทำมึน ไม่สนใจ ปล่อยให้อาการเหล่านี้มันหายไปเองนะคะ เพราะอาการปวดท้องแบบนี้แหละ มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเป็นโรค Endometriosis อยู่ก็ได้ ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเป็นหมันเชียวนะคะ และคุณยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้และโรคหืดหอบอีกด้วย วิธีการเดียวที่จะตรวจให้รู้ว่าคุณเป็นโรคนี้หรือเปล่าก็คือการผ่าตัดเท่านั้น แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะอาการปวดท้องแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นโรคนี้เสมอไป อาจเป็นแค่การปวดท้องประจำเดือนธรรมดาๆ ก็ได้ ลองทานวิตามินอีในช่วงก่อนมีประจำเดือน ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่มีประจำเดือน 3 วันแรกดูสิคะ จะช่วยระงับอาการปวดลงได้ แต่ถ้าไม่หายและปวดเรื้อรังเป็นประจำทุกเดือน ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคต่อไปจะดีกว่าค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff6699;"&gt;แหบเสน่ห์ ใครว่าเก๋&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลายคนพอเป็นหวัด อาจจะรู้สึกดีใจที่จะได้มีเสียงแหบพร่า เพราะฟังแล้วจะได้ดูเซ็กซี่อย่างสาวกิ๊บซี่ แต่รู้มั้ยคะว่า การที่คุณมีอาการเสียงแหบติดต่อกันนานเกินกว่า 2 สัปดาห์ จะเสี่ยงต่อการเป็นโรค Hypothyroidism ได้ค่ะ ซึ่งอาการของมันก็คือมีเลือดออกในหลอดเสียง นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการไอเพราะเป็นหวัดแล้ว ยังเกิดจากการที่คุณใช้เสียงมากเกินไปหรือตะโกนดังๆ เป็นระยะเวลานานๆ วิธีรับมือคือ เมื่อเกิดอาการเจ็บคอ เสียงแหบ ให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อให้คอมีความชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ กาแฟ และควรงดทานช็อกโกแลต เพราะจะยิ่งทำให้คอแห้ง และเกิดอาการคันคอไอไม่หยุดตามมาอีกด้วย ถ้าปฏิบัติตามนี้แล้วไม่หายจริงๆ ก็ควรไปพบแพทย์ได้แล้วค่ะ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร Woman plus Vol.7 No.330&lt;br /&gt;ที่มา : women.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-934579369581114008?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/934579369581114008/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=934579369581114008' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/934579369581114008'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/934579369581114008'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/3.html' title='3 สัญญาณอันตราย ใกล้ตัวหญิง'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3416407572771715036</id><published>2008-12-13T11:24:00.001-08:00</published><updated>2008-12-18T06:55:49.405-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ไขมันทรานส์ อันตรายใกล้ตัว'/><title type='text'>ไขมันทรานส์ อันตรายใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;p class="null"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;color:#000080;"&gt;เผย&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;color:#000080;"&gt;! &lt;span lang="TH"&gt;ส่งผลมากกว่าแค่อ้วน-บั่นทอนชีวิตที่คุณรัก&lt;?XML:NAMESPACE PREFIX = O /&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt;&lt;/span&gt;ของทอด ขนมขบเคี้ยว เค้ก คุกกี้ แครกเกอร์ ขนมปัง ทั้งหลายที่เรียงรายกันอยู่บนชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านฟาสต์ฟู้ดต่างๆ นั้น ทั้งสีสันและรสชาติของมัน ใครเห็นก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างยั่วน้ำลายเสียนี่กระไร แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า ภายใต้หน้าตาและรสชาติที่ทำให้คุณติดอกติดใจนั้น มันซ่อนอันตรายต่อสุขภาพที่มากกว่าแค่ทำให้คุณอ้วน (คุณอาจไม่สนใจนัก หากคุณไม่ได้กังวลเรื่องรูปร่างสักเท่าไหร่) แต่มันยังอาจบั่นทอนชีวิตที่คุณรัก ให้สั้นลงโดยไม่รู้ตัว&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;คุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารนั้นมีการแข่งขันกันสูงเพียงไร ยิ่งลดต้นทุนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเก็บกำไรเข้ากระเป๋าได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น จึงมีการใช้ส่วนผสมราคาถูกเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์คงรูปร่างได้นาน และเก็บได้นานมากยิ่งขึ้น นี่เองจึงเป็นเหตุผลว่า เหตุใดเจ้า "ไขมันทรานส์ (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;Trans fatty acids)" &lt;span lang="TH"&gt;จึงได้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปประเภทต่างๆ เพราะไขมันทรานส์ ก็คือไขมันพืชที่ถูกนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า "ไฮโดรจิเนชั่น (&lt;/span&gt;Hydrogenation)" &lt;span lang="TH"&gt;ซึ่งจะทำให้ไขมันชนิดนี้คงตัวอยู่ได้นานมากขึ้น ดังนั้น อาหารที่ทำจากไขมันทรานส์จึงเก็บได้นาน ไม่เสียง่าย ไม่มีกลิ่นหืน มีรสชาติถูกปาก แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt;&lt;/span&gt;ไขมันทรานส์ พบมากในอาหารพวกทอดๆ ทั้งหลาย รวมทั้งอาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมเบเกอรี่ เช่น คุกกี้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ขนมปังที่มีส่วนผสมของ เนยขาว (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;shortening) &lt;span lang="TH"&gt;และมาการีน (&lt;/span&gt;margarine) &lt;span lang="TH"&gt;รวมไปถึงพวกขนมสำเร็จรูปกรุบกรอบต่างๆ ที่เรามักจะซื้อติดไม้ติดมือเสมอตอนไปซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;ในบรรดาไขมันทั้งหลาย นักโภชนาการจัดให้ไขมันทรานส์นั้นอันตรายเป็นอันดับหนึ่ง เพราะนอกจากมันจะเข้าไปเพิ่มระดับ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;LDL (low-density lipoprotein) &lt;span lang="TH"&gt;ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดเลวในเลือด เช่นเดียวกับการบริโภคไขมันอิ่มตัว (ไขมันจากสัตว์และน้ำมันปาล์ม) แล้ว มันยังลดระดับ &lt;/span&gt;HDL (high-density lipoprotein) &lt;span lang="TH"&gt;ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือดอีกด้วย ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรโลกเลยทีเดียว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;หากจะกล่าวว่า ขณะนี้ ไขมันทรานส์ ได้กลายเป็นศัตรูอันดับต้นๆ ของคนรักสุขภาพทั่วโลกก็คงจะไม่เกินความจริงไปนัก เพราะในหลายๆ ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ต่างออกข้อบังคับเกี่ยวกับการระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการ และให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการจำกัดการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ นอกจากนี้ บางรัฐในสหรัฐอเมริกา เช่น&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;นิวยอร์กได้ออกมาประกาศว่าจะเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่ปลอดไขมันทรานส์ โดยออกมาตรการให้บรรดาร้านอาหาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ภัตตาคาร และผู้ประกอบการด้านอาหารทั้งหลาย ค่อยๆ ลดการใช้ไขมันชนิดนี้ในการปรุงอาหาร และหยุดใช้โดยเด็ดขาดทั่วทั้งนิวยอร์กภายในเดือน ก.ค.2551&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;สำหรับในประเทศไทย เนื่องจากยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายใดๆ มาควบคุมการใช้หรือบังคับการระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการ ในฐานะผู้บริโภค เราจึงควรดูแลตัวเองด้วยการระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด ซึ่งใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ จนหนืด พวกขนมขบเคี้ยวที่เก็บไว้นานๆ ก็ยังกรุบกรอบ รวมทั้ง ที่มีส่วนประกอบของเนยขาวและมาการีน อย่างไรก็ดี แต่ยังนับเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่ยังมีผู้ผลิตอาหารที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ด้วยการหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์และใช้ไขมันจากธรรมชาติแทน เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่มีความห่วงใยในสุขภาพของตนเอง เช่น โอ บอง แปง ต้นตำรับเบเกอรี่คาเฟ่ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ริเริ่มเบเกอรี่สูตร ซีโร่ แกรมส์ ทรานส์ แฟท (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;Zero Grams Trans Fat) &lt;span lang="TH"&gt;ขึ้นในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 และปัจจุบัน โอ บอง แปง ซึ่งมีสาขากว่า 38 สาขาในประเทศไทย รู้อย่างนี้แล้วก็ต้องเลือกอาหารบริโภคให้ดีนะคะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="null"&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;color:#0000ff;"&gt;ที่มา :&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;color:#0000ff;"&gt; หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Tahoma;font-size:10;color:#0000ff;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3416407572771715036?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3416407572771715036/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3416407572771715036' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3416407572771715036'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3416407572771715036'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_13.html' title='ไขมันทรานส์ อันตรายใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-968106742639789403</id><published>2008-12-12T11:22:00.000-08:00</published><updated>2008-12-12T11:22:00.543-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พริ้นเตอร์ อันตรายใกล้ตัว'/><title type='text'>พริ้นเตอร์ อันตรายใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ใกล้ตัวเราอย่าง &lt;b&gt;พริ้นเตอร์ &lt;/b&gt;อาจมีอันตรายแอบแฝงมากกว่าที่เราคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรเฟสเซอร์ลิเดีย โมรอสก้า (Lidia Morawska) นักฟิสิกส์จาก Queensland University of Technology พบว่าเลเซอร์พริ้นเตอร์ (Laser printer) หรือเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้นผลิตฝุ่นผงขนาดเล็กมากที่คุณมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ขนาดของมันเทียบเท่าได้กับควันบุหรี่ หรือควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ ซึ่งโปรเฟสเซอร์ลิเดียเตือนว่า เราอาจหายใจเอาฝุ่นละอองจากเลเซอร์พริ้นเตอร์นั้นเข้าไปในปอดได้ รวมถึงอาจก่อให้เกิดปัญหากับอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ และการไหลเวียนของโลหิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากการทดลองกับพริ้นเตอร์กว่า 62 รุ่น โปรเฟสเซอร์ลิเดียพบว่าพริ้นเตอร์จำนวน 17 รุ่นนั้นผลิตฝุ่นผงในระดับสูงมาก ซึ่งฝุ่นผงดังกล่าวมาจากตลับหมึก ซึ่งตลับหมึกที่ใช้ในการทดลองทั้งหมดเป็นตลับหมึกที่ค่อนข้างใหม่ แต่ทีมงานไมได้พบฝุ่นละอองจำนวนมากเหล่านั้นในเครื่องถ่ายเอกสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกษาจากเครื่องวัดฝุ่นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic sniffer) พบว่า ระดับของฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ไปสู่คนนั้นสูงกว่าฝุ่นละอองที่เกิดจากท้องถนนที่การจราจรหนาแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกษาเรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่โปรเฟสเซอร์ลิเดียได้ร่วมทำโครงการกับ Queensland Department of Public Work เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบใส้กรองอากาศและระบายอากาศในสำนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่ละอองหมึกที่ขนาดใหญ่กว่าอาจเกาะติดขนจมูกหรืออาจปนไปในกระแสโลหิตแต่ส่วนหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากๆ (ultra- fine particles) เกินกว่าที่ขนจมูกจะกรองได้จะลงไปเก็บอยู่ภายในปอดที่อยู่ลึกเข้าไป บิล ฟิสิกค์ (Bill Physick) นักวิทยาศาสตร์ด้านคุณภาพอากาศจาก CSIRO (www.csiro.au/pas) กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลงานชิ้นนี้ได้ลงใน American Chemical Society's Environmental Science and Technology journal วานนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ทีมงานยังไม่ได้วิเคราะห์สารประกอบในฝุ่นละอองจากผงหมึกนั้นว่าประกอบไปด้วยสารเคมีชนิดใดบ้าง หรือสารเคมีที่ออกมาจากผงหมึกเหล่านั้นก่อปัญหาอะไรต่อสุขภาพของเราได้อย่างไรบ้างในลำดับต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้างอิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Printer Particles Pose Risk”. Accessed via: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.photonics.com/content/news/2007/July/31/88624.aspx" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.photonics.com/content/news/2007/July/31/88624.aspx&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; Dated August 2, 2007.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“Particle emissions from some laser printers could pose health risk: study”.&lt;br /&gt;Accessed via: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.abcnews.go.com/Technology/story?id=3435361&amp;amp;page=1" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.abcnews.go.com/Technology/story?id=3435361&amp;amp;page=1&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt; Dated August 2, 2007.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Richard Macey. &lt;b&gt;“Printer particles as bad as cigarettes”.&lt;/b&gt; In the Sydney Morning Herald. August 1, 2007. Page 3.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Science Daily . “Particle Emissions From Laser Printers Might Pose Health Concern”. Accessed via: &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.sciencedaily.com/releases/2007/07/070731103629.htm" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;http://www.sciencedaily.com/releases/2007/07/070731103629.htm&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-968106742639789403?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/968106742639789403/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=968106742639789403' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/968106742639789403'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/968106742639789403'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_12.html' title='พริ้นเตอร์ อันตรายใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8778157109290129638</id><published>2008-12-11T11:18:00.000-08:00</published><updated>2008-12-11T11:18:00.801-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันตรายใกล้ตัว'/><title type='text'>คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันตรายใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ยุคนี้เลี่ยงไม่ได้จริงๆ เลยค่ะที่ชีวิตเกือบ 24 ชั่วโมงของเราจะต้องข้องแวะกับอุปกรณ์ไฟฟ้า และก็คงไม่ต้องกังวลอะไรหรอกค่ะ ถ้าเจ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโผล่ออกมา เป็นของแถมทุกครั้งที่เราใช้งาน และด้วยเหตุผลนี้เอง เราถึงต้องรู้เท่าทันเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะได้หลีกเลี่ยงและป้องกันตัวเองได้ถูกต้องไงล่ะค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ฮัลโหล ฮัลโหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ติดอันดับต้นๆ ของความเสี่ยงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเลยค่ะ คิดดูละกันขนาดในปั๊มน้ำมันสนามบินหรือห้องไอซียังต้องปิด นับประสาอะไรกับสมองอันแสนบอบบาง ยิ่งเด็กกะโหลกยังบางอยู่ ให้ใช้มือถือวันละ 1-2 ชั่วโมงแย่แน่ค่ะ เพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะไปทำลายสารพันธุกรรมในเม็ดเลือดเสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกในสมองชนิดหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารออคคูเพชั่นนอลแอนด์เอ็นไวรอนเมนทอล โดยนามเลนนาร์ท ฮาร์เดล พบว่าคนในชนบทที่ใช้โทรศัพท์มือถือ มีโอกาสเสี่ยงเป็นเนื้องอกในสมองมากกว่าคนในเมือง เพราะว่าการใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ห่างไกลทำให้โทรศัพท์ต้องปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในขนาดที่มากกว่าเดิมและยังตั้งเสาสัญญาณในบริเวณใกล้กันอีกด้วย&lt;br /&gt;ฮัลโหลอย่างรู้ทัน ใช้สมอลทอล์กจนติดเป็นนิสัยถึงจะคุยครู่เดียวก็ตาม อย่าให้เด็กเล็กใช้โทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาดหากไม่จำเป็น เก็บมือถือไว้ในกระเป๋าดีกว่าเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถืออาจจะทำลายอวัยวะภายในได้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เจ้าสมองกลคอมพิวเตอร์&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีงานวิจัยจากต่างประเทศหลายชิ้นออกมาบอกว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถทำอันตรายต่อมนุษย์ได้ เช่น คลื่นรังสีจากคอมพิวเตอร์ และมอนิเตอร์ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยหรือเสี่ยงที่เด็กในครรภ์จะผิดปกติ แท้ง หรือบางรายอาจจะคลอดก่อนกำหนด ซ้ำยังกระตุ้นให้เซลล์ที่ควบคุมแคลเซียมทำงานเร็วขึ้น เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้ง่ายอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็ยังไม่มีผลการรับรองว่าเป็นจริง ซึ่งเมื่อปี 1998 องค์การอนามัยโลกก็ออกมาสรุปเรื่องนี้ว่า ไม่พบปัญหาเรื่องสายตาและต้อกระจกเกิดขึ้นกับคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ แต่อาจจะพบอาการปวดศีรษะ และสายตาล้าจากการมองจอที่มีแสงจ้าเป็นเวลานาน ส่วนประเด็นเรื่องความผิดปกติของเด็กในครรภ์ รายงานการศึกษาวิจัยระบาดทางระบาดวิทยาก็ไม่พบว่ามีรังสีจากจอคอมพิวเตอร์มีผลต่อการตั้งครรภ์ ซึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กในครรภ์นั้นน่าจะเกิดจากความเครียด ท่านั่งและการนั่งเป็นเวลานานๆ ค่ะ&lt;br /&gt;รับมือเจ้าสมองกล วางจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากสายตา 50-70 ซม. และตำแหน่งกลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา 20 องศา ส่วนเมาส์หรือคีย์บอร์ดไม่ควรแข็งเกินไป เพราะส่งผลให้เกิดเอ็นข้อมืออักเสบได้ หมั่นพักสายตาและใช้ที่กรองแสงเพื่อลดคลื่นแม่เหล็กและรังสี ส่วนโน้ตบุ๊กอย่าวางไว้บนตักนานๆ โดยเฉพาะคุณผู้ชายค่ะ เพราะความร้อนจะทำให้อสุจิของคุณลดลง วางไว้บนโต๊ะหรือหาเบาะมารองจะดีกว่าค่ะ ไม่ควรให้เด็กอยู่กับคอมพิวเตอร์นาน เพราะนอกปัญหาจากสายตาอาจจะมีปัญหาเด็กติดเกม และพฤติกรรมก้าวร้าวตามมาค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ไมโครเวฟ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลื่นไมโครเวฟเป็นคลื่นแบบเดียวกับโทรศัพท์มือถือค่ะ คือคลื่นความร้อนทำลายเซลล์ ซึ่งคลื่นชนิดนี้มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ ทำให้ความยาวคลื่นสมองสั้นลง สมองเสื่อม แต่ถึงแม้คลื่นที่ใช้ในเครื่องไมโครเวฟจะไม่เป็นอันตราย เพราะมีชนวนหุ้มอยู่ ก็ไม่ควรชะล่าใจใช้ไมโครเวฟประกอบอาหารไปทุกอย่างเพราะจะทำให้เสียวิตามินและแร่ธาตุ ที่อยู่ในอาหารได้เนื่องจากความร้อนในไมโครเวฟมีปริมาณสูง เช่น นึ่งผักก็ไม่ควรนึ่งกับไมโครเวฟ หรือต้มนมให้เดือดก็ไม่ควรเพราะคลื่นไมโครเวฟจะทำลายสารอาหารที่มีประโยชน์จนหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ใช้เวฟอย่างปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;- ปฏิบัติตามคู่มือการใช้ไมโครเวฟอย่างเคร่งครัด&lt;br /&gt;- ภาชนะที่จะใช้ต้องเป็นสำหรับใช้ในไมโครเวฟเท่านั้น จานที่เคลือบทองหรือฟอยล์ห้ามเด็ดขาด เพราะเป็นชนวนอาจทำให้เครื่องช็อต และเกิดไฟไหม้ได้ค่ะ&lt;br /&gt;- ไม่ควรใส่ไข่ทั้งลูกในไมโครเวฟ เพราะความร้อนจะทำให้เกิดแรงดัน ทำให้ไข่ระเบิดเกิดอันตรายได้แบบไม่คาดคิดเลยล่ะแค่ปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานแต่ละเครื่องอย่างเคร่งครัด เท่านี้คุณๆ ก็ปลอดภัยจากคลื่นรังสีที่เวียนวนอยู่รอบตัวแล้วค่ะ&lt;br /&gt;ที่มา..นิตยสารดวงใจพ่อแม่&lt;a href="http://www.elib-online.com/books/parentlove.html" target="_blank"&gt; &lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8778157109290129638?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8778157109290129638/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8778157109290129638' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8778157109290129638'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8778157109290129638'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_11.html' title='คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันตรายใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3811048830036391845</id><published>2008-12-10T11:17:00.000-08:00</published><updated>2008-12-10T11:17:01.527-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จอดรถติดเครื่องเพื่อเปิดแอร์เป็นเวลานาน อันตรายใกล้ตัว'/><title type='text'>จอดรถติดเครื่องเพื่อเปิดแอร์เป็นเวลานาน อันตรายใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;table cellspacing="0" cellpadding="5" width="100%" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="PlainText" bg style="color:#ffffec;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;u&gt;ผู้เขียน&lt;/u&gt;: รศ.สุชาตา ชินะจิตร&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="PlainText" bg style="color:#ffffec;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;u&gt;หน่วยงาน&lt;/u&gt;: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="PlainText" bg style="color:#ffffec;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;u&gt;วันที่&lt;/u&gt;: 21 มี.ค. 2548&lt;/span&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bg style="color:#ffffff;"&gt;&lt;table cellspacing="0" cellpadding="10" width="100%" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class="PlainText"&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;          21 มีนาคม 2548 มีรายงานข่าวว่าพบชายหญิงคู่หนึ่งเสียชีวิตอยู่ในรถซึ่งติดเครื่องอยู่ เรื่องราวที่เราควรเรียนรู้จากเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ฆาตกรรม หรืออุบัติเหตุ สิ่งที่เราควรเรียนรู้ก็คือการจอดรถติดเครื่องเพื่อเปิดแอร์เป็นเวลานานขณะที่มีคนอยู่ในรถ ทำให้คนเสียชีวิตได้อย่างไร อธิบายได้ว่าขณะติดเครื่องยนต์การเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์จะเกิดแก๊สคาร์บอนมอน็อกไซด์ซึมเข้ามาในตัวถังรถ แก๊สชนิดนี้ไม่มีกลิ่นเมื่อสูดเข้าไปมันจะเข้าสู่กระแสโลหิต เข้าไปรวมตัวกับเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นตัวขนส่งออกซิเจนไปยังทุกส่วนของร่างกาย ทำให้เนื้อเยื้อต่าง ๆ ขาดออกซิเจน อาการของผู้ที่ได้รับแก๊สคาร์บอนมอน็อกไซด์เข้าไปทีละน้อยจะเกิดอาการเพลีย ง่วงนอน ค่อย ๆ หมดสติและเสียชีวิตได้  การจอดรถแล้วไม่ดับเครื่องจะทำให้มีการปล่อยทั้งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนมอน็อกไซด์ออกมา ถ้าอยู่ในโรงรถแคบ ๆ โรงรถก็จะมีแก๊สนี้ฟุ้งกระจาย ที่จอดรถตามศูนย์การค้าจึงติดป้ายให้ดับเครื่องด้วยเหตุนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3811048830036391845?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3811048830036391845/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3811048830036391845' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3811048830036391845'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3811048830036391845'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_10.html' title='จอดรถติดเครื่องเพื่อเปิดแอร์เป็นเวลานาน อันตรายใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-2962702152532085804</id><published>2008-12-09T11:14:00.000-08:00</published><updated>2008-12-09T11:14:01.117-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='พลาสติก .. อันตรายใกล้ตัวคุณ'/><title type='text'>พลาสติก .. อันตรายใกล้ตัวคุณ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;การบริโภคอาหารที่บรรจุภาชนะพลาสติก อาจทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยสาเหตุใดบ้าง ?&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประการแรกต้องเข้าใจ 2 เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. พลาสติกที่ใช้บรรจุอาหาร หมายถึง พลาสติกที่บรรจุ , ห่อหุ้ม หรือสัมผัสอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. พลาสติกเป็น Polymer ที่ได้จากการนำ Monomer มาเชื่อมกันเป็นสาร โมเลกุลใหญ่ โดยวิธีทางเคมี และเติมสารลงไปเพื่อให้เป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นสิ่งที่จะละลายออกมาในอาหารก็มี 2 อย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. monomer ที่ใช้ทำพลาสติกนั้นสามารถจะเป็นสารอันตราย และทำให้เกิดมะเร็งได้ เช่น VCM Stylene monomer เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. สารเติมแต่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.1 สาร PlasticiZer ที่ทำให้เกิดมะเร็ง เช่น กลุ่มฟอสเฟต, กลุ่ม Talate&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.2 Antioxidant ช่วยป้องกันพลาสติกเสื่อมสภาพ เช่น phenol, Bis-phenol&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.3 สีซึ่งจะมี Pb และ Cd เป็นส่วนประกอบสำคัญ ก็จะมี Pb , Cd&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จะกำหนดมาตรฐานพลาสติกที่ใช้กับอาหารไว้ 2 ลักษณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ตัวเนื้อพลาสติกต้องมีคุณภาพมาตรฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.การละลายของสารเคมีต่าง ๆ ในพลาสติกต้องไม่เกินมาตรฐาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันมีการนำพลาสติกชนิดต่างๆ ตลอดจนโฟมมาใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นภาชนะที่สามารถเลือกใช้ได้ ตามความต้องการ มีรูปทรงหลากหลาย เช่นเดียวกับโฟม และแผ่นฟิล์มใส ที่นำมาใช้บรรจุอาหารสด ผักสด อาหารพร้อมปรุง และอาหารปรุงสำเร็จ โดยมีวัตถุประสงค์ ช่วยถนอมอาหารให้สด และคงสภาพอยู่ได้นาน สะดวกในการวางจำหน่าย และหยิบจับ มากกว่าภาชนะอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งพลาสติก โฟม และแผ่นฟิล์มใส ล้วนทำมาจากส่วนประกอบของพลาสติก ที่แตกต่างกัน ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ต่างกัน ทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตามวัตถุดิบที่ใช้ เช่น พลาสติกชนิด PP film (Polypropylene) ใช้ทำถุงความร้อน สามารถบรรจุอาหารร้อน หรือใช้กับเตาไมโครเวฟได้ หรือ PE film (Polyethylene) สามารถทนกรดด่างได้ดี เป็นฉนวนไฟฟ้า ทนความเย็นได้ดี แต่ทนความร้อนได้ไม่เกิน 70ºC เหมาะจะใช้บรรจุอาหารแช่แข็ง ส่วน PS film (Polystyrene) มีความแข็งแรง เหนียว สามารถให้ก๊าซซึมผ่านได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับใช้บรรจุอาหารสด ผักสด และใช้ได้กับถาดโฟม แต่ไม่ควรใช้กับอาหารร้อนเกิน 70ºC&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาเกี่ยวกับอันตรายของพลาสติกโฟม และแผ่นฟิล์มใส ก็คือ การนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือนำมาใช้ซ้ำ ซึ่งทำให้เกิดอันตราย หากนำไปบรรจุอาหาร สารเคมีจากพลาสติก อาจละลายปนเปื้อนลงสู่อาหารได้ นอกจากนี้ การกำจัดไม่ถูกวิธี จะทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;การป้องกันหรือแก้ปัญหาอันตรายจากสารเคมี ในพลาสติก โฟม และแผ่นฟิล์มใสบรรจุอาหาร สามารถทำได้โดย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.การเลือกใช้พลาสติกที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.พลาสติกที่ใช้บรรจุอาหาร ต้องไม่มีสี สะอาด ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร และไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ไม่นำพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง กลับมาใช้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.ไม่น้ำพลาสติกที่ใช้บรรจุปุ๋ย วัตถุมีพิษ สารเคมีที่เป็นอันตรายมาใช้บรรจุอาหาร / น้ำดื่ม&lt;br /&gt;ไม่นำพลาสติกที่เคยใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก : กองสุขาภิบาลอาหาร กรมอนามัย&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-2962702152532085804?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/2962702152532085804/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=2962702152532085804' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2962702152532085804'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2962702152532085804'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_09.html' title='พลาสติก .. อันตรายใกล้ตัวคุณ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1488956845706217450</id><published>2008-12-08T11:13:00.000-08:00</published><updated>2008-12-08T11:13:00.552-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระวังเชื้อโรคในที่สาธารณะ'/><title type='text'>ระวังเชื้อโรคในที่สาธารณะ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เมื่อทุกคนออกจากบ้าน นอกจากจะต้องเผชิญกับมลพิษ ฝุ่นควันท่อไอเสียรถยนต์แล้ว อาจจะต้องเจอกับความสกปรกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ สถานที่สาธารณะไม่เพียงเป็นแหล่งรวมของหลากหลายผู้คนเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคด้วย เช่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะ และห้องสุขา ซึ่งมีผู้ใช้บริการมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.เชื้อโรคที่พบได้ในตู้โทรศัพท์สาธารณะได้แก่&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชื้อโรคหวัดทั้งหลาย ซึ่งเป็นเชื้อไวรัส อาจติดต่อจากน้ำมูกหรือเสมหะของผู้ป่วย ที่เข้าไปใช้เครื่องโทรศัพท์ จามออกมาระหว่างใช้โทรศัพท์ และมีเชื้อโรคติดอยู่บริเวณรอบ ๆ ตู้ หรือที่เครื่องโทรศัพท์ หากผู้ที่ใช้โทรศัพท์คนต่อ ๆ มาสัมผัสแล้วนำมาป้ายจมูก ก็มีโอกาสติดเชื้อหวัดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัณโรค ที่แม้จะไม่ติดจากการสัมผัสในการใช้โทรศัพท์ แต่อาจติดเชื้อได้จากการที่บุคคลที่เป็นวัณโรค ไอ จาม แล้วบุคคลอื่นได้รับเชื้อโดยการสูดหายใจเข้าไปโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชื้อเริมและหูด ติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรง คือ ถ้าผู้ป่วยเริมมีแผลอยู่แล้ว และนำมือที่สัมผัสแผลไปจับโทรศัพท์ เมื่อคนใช้โทรศัพท์คนต่อไปจับต้องเชื้อไวรัส แล้วใช้มือขยี้ตาหรือป้ายโดนปาก โดนน้ำลาย ก็มีโอกาสติดเชื้อได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นว่ามีเชื้อโรคหลายชนิดที่อยู่ในโทรศัพท์สาธารณะ แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะการติดเชื้อไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อโรคว่ามากหรือน้อยเพียงใด และเป็นเชื้อที่อยู่บริเวณนั้นตายหรือยัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อจากการใช้โทรศัพท์สาธารณะ ส่วนใหญ่คนที่เป็นไข้หวัดมักติดจากบุคคลอื่นที่เป็นหวัดอยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อจากกรณีดังกล่าว เราทุกคนก็ไม่ควรประมาท ควรจะมีวิธีป้องกันตัวเองดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีการป้องกัน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ระหว่างใช้โทรศัพท์อย่าเอามือป้ายตา ป้ายปาก หรือ จมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ระวัง ไม่ควรนำกระบอกโทรศัพท์มาแนบที่ปากมากจนเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. รีบล้างมือทันทีหลังจากใช้โทรศัพท์แล้ว เพราะเชื้อบางอย่างเมื่อออกมาจากตัวผู้ป่วยแล้ว ยังอยู่ได้หลายชั่วโมง หรือเป็นวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2.ห้องน้ำสาธารณะ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้องน้ำสาธารณะที่มีทั่วไปในกรุงเทพฯหลาย ๆ แห่ง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสะอาด และเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคนานาชนิด เช่น เริม ซึ่งพิสูจน์ยากว่าติดต่อจากการใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ เพราะโรคนี้จะติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นส่วนใหญ่ ถ้าผู้ใช้บริการห้องน้ำสาธารณะมีแผลเริมอยู่ และมือที่จับต้องแผลเริมไปจับก๊อกน้ำหรือลูกบิดประตู เมื่ออีกคนเข้าไปใช้ต่อทันทีก็มีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อได้ ถ้ามือที่สัมผัสถูกเชื้อเริมที่ก๊อกน้ำหรือลูกบิดประตูมาถูกตา จมูก หรือปาก ฉะนั้นผู้ใช้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชื้อโรคอื่น ๆ เช่น อหิวาตกโรคหรือไข้รากสาด ถ้าคนที่เข้าห้องน้ำถ่ายอุจจาระ แล้วไม่ได้ล้างมือให้สะอาด มีอุจจาระปนเปื้อนบริเวณมือ เมื่อมือไปจับก๊อกน้ำและจับลูกบิด คนที่ไปจับต่อแล้วไปสัมผัสโดนปากหรือน้ำลายก็มีโอกาสได้รับเชื้อเช่นกัน&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมีแหล่งรวมเชื้อโรคอีกมากที่ต้องระมัดระวัง เช่น ใ นรถสาธารณะ สถานบันเทิงต่าง ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคชนิดไหน ก็ไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายคุณได้ง่าย ๆ เพียงแต่ให้ความสำคัญและใส่ใจกับสุขอนามัยตนเอง รู้จักล้างมือ และชำระล้างสิ่งสกปรกก่อนที่จะมาสัมผัสส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขยี้ตา หรือจับปาก จับจมูก เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้มากแล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก : http://www.oceanicaonline.com&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1488956845706217450?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1488956845706217450/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1488956845706217450' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1488956845706217450'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1488956845706217450'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_08.html' title='ระวังเชื้อโรคในที่สาธารณะ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-974474305255560274</id><published>2008-12-07T09:03:00.000-08:00</published><updated>2008-12-07T09:03:01.055-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยปั๊มน้ำมัน'/><title type='text'>ภัยปั๊มน้ำมัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปเติมน้ำมัน ตอนที่รูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้วและกำลังจะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดไปมีปัญหาให้เธอรีบลงจากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วยเพื่อนคนนี้ก็งงมาก เพราะคิดว่าตามปกติ ถ้ารูดบัตรไม่ผ่านเครื่องจะไม่ออกสลิปให้ แต่นี่ก็ได้สลิปแล้ว จึงเอาสลิปให้พนักงานคนนั้นดูเพื่อยืนยันการจ่าย และบอกว่ามีธุระต้องรีบไปแต่พนักงานคนนั้นก็ยังยืนยันว่าเธอต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ดี(พูดประมาณว่าจะลงไปคุยดีๆ หรือเปล่า)สุดท้ายเพื่อนก็จำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำน้กงานได้ก็โวยใหญ่เลยว่าจ่ายตังค์แล้ว และพนักงานที่ไปเชิญเขาลงจากรถก็พูดกับเขาไม่ดีด้วยเจ้าหน้าที่ต้องรีบบอกให้เธอใจเย็นๆ และฟังเหตุผลของทางปั๊มก่อนทางปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั้งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับทางปั๊มเห็นว่าผิดสังเกตุ ว่าไม่น่าจะเป็นคนที่มาด้วยกัน จึงโทรแจ้งตำรวจให้และอยากให้เธอออกจากรถก่อน เพื่อความปลอดภัยพอได้ยินแบบนั้น เพื่อนก็ตกใจมาก รีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันทีจังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง กำลังเปิดประตูและลงจากรถตัวเองอยู่พอดีภายหลังทราบว่า พวกนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของอาชญากรรมแนวใหม่คือเป็นพวกค้าชิ้นส่วนอวัยวะของผู้หญิงโดยจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิง เอารถแวะเข้าเติมน้ำมันหรือแวะจอดซึ้อของตามร้านข้างทาง หรือตามห้างสรรพสินค้าวิธีการก็คือพวกนี้จะตัดเอ็นข้อเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหนีจากนั้นจะขับรถของเหยื่อ เพื่อพาเหยื่อไปฆ่า และชำแหละอวัยวะออกเป็นส่วนๆเมื่อได้อ่านแล้ว ขอให้ช่วยกันส่งต่อไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จักอย่างน้อยอาจช่วยให้พวกเขารู้จักระวังตัว และไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไปข้อควรระวัง1 ให้ล็อครถทุกครั้ง ที่ต้องลงจากรถแม้ว่าจะเป็นการแวะลงไปทำธุระหรือซื้อของเพียงแค่ไม่กี่นาที2 สำรวจหาบุคคลแปลกปลอมใต้ท้องรถ และเบาะด้านหลังทุกครั้งก่อนกลับขึ้นรถ3 หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อออกนอกบ้านโดยเฉพาะเมื่อต้องไปไหนในเวลากลางคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : FW Mail&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-974474305255560274?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/974474305255560274/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=974474305255560274' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/974474305255560274'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/974474305255560274'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_07.html' title='ภัยปั๊มน้ำมัน'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8344315384798787882</id><published>2008-12-06T00:07:00.000-08:00</published><updated>2008-12-06T00:07:00.980-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โรควูบ (Fainting) และหมดสติ (Syncope) ภัยใกล้ตัวเรา'/><title type='text'>โรควูบ (Fainting) และหมดสติ (Syncope) ภัยใกล้ตัวเรา</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;โรควูบ คือ อาการลมเกือบหมดสติ หรือบางรายหมดสติไป (Syncope) เป็น ภาวะที่พบได้บ่อย สาเหตุของการเป็นลมเกือบหมดสติหรือหมดสติ มีได้หลายสาเหต ุมากมาย หนึ่งในสาเหตุเหล่านั้น อาจเกิดจากความผิดปกติทางหัวใจได้ ผู้ป่วยที่มี ประสบการณ์กับตนเอง รวมถึงคนใกล้ชิดผู้ป่วยจะเกิดความวิตกกังวล สูญเสียความมั่น ใจ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดจะเป็นลมหมดสติอีกเมื่อไหร่ ถ้าเกิดขณะ ขับรถ ข้ามถนน หรือขณะเล่นกีฬา จะทำอย่างไร จะฟื้นหรือไม่ จะดูแลในเบื้องต้นอย่าง ไร เรามาทำความรู้จักอาการวูบ หรือหมดสติกันดีกว่าการเป็นลมหมดสติ เกิดขึ้นเมื่อสมองขาดเลือดไปเลี้ยงในระดับรุนแรง ทำให้ศูนย์ควบคุมความรู้สึกตัวเสียการทำงาน ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สาเหตุที่สำคัญ คือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;     1. ภาวะตกใจหรือเสียใจรุนแรง&lt;br /&gt;     2. ไอหรือจามแรงมากเกินไป&lt;br /&gt;     3. ขณะยืนถ่ายปัสสาวะ หรือหลังถ่ายปัสสาวะ หลังจากที่กลั้นมานาน&lt;br /&gt;     4. ออกกำลังกายมากเกินไป&lt;br /&gt;     5. หลังอาหารมื้อหนัก&lt;br /&gt;     6. เส้นประสาทสมองที่ 5,9 อักเสบ&lt;br /&gt;     7. เป็นโรคสมองเสื่อมหรือสมองฝ่อ&lt;br /&gt;     8. โรคพาร์คินสันบางราย ที่มีระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติร่วมอยู่ด้วย&lt;br /&gt;     9. โรคเบาหวาน ในรายที่เส้นประสาทโดนทำลายจากเบาหวาน&lt;br /&gt;     10. จากยาบางชนิดเช่น รับประทานยาลดความดันมากเกินไป&lt;br /&gt;     11. ดื่มสุรามากเกินไป&lt;br /&gt;     12. จุดกำเนิดไฟฟ้าของหัวใจเสื่อมสภาพ&lt;br /&gt;     13. เสียเลือดมาก หรือเสียน้ำออกจากร่ายกายมากเกินไป เช่น ท้องร่วงรุนแรง อาเจียนรุนแรง&lt;br /&gt;     14. มีการกระตุ้นในระบบทางเดินอาหาร เช่น ล้วงคอ อาเจียน เบ่งถ่ายอุจจาระ ปวดท้องรุนแรง&lt;br /&gt;     15. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง&lt;br /&gt;     16. ระบบทางเดินไฟฟ้าในหัวใจเสื่อมสภาพหรือผิดปกติ&lt;br /&gt;     17. สาเหตุจากการเสียสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจและหลอดเลือด&lt;br /&gt;     18. ภาวะเสียเลือดจากหัวใจอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง&lt;br /&gt;     19. โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ&lt;br /&gt;     20. เนื้องอกในห้องหัวใจ&lt;br /&gt;     21. ลิ้นหัวใจตีบรุนแรง&lt;br /&gt;     22. ภาวะที่มีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจมากและมีการกดการทำงานของหัวใจ&lt;br /&gt;     23. ภาวะเสียเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจแตก หรือมีการฉีกขาดรุนแรง&lt;br /&gt;     24. มีลิ่มเลือดใหญ่ไปอุดตันเส้นเลือดในปอด&lt;br /&gt;     25. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงมากเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อกำลังจะเป็นลมหมดสติ&lt;br /&gt;     บางคนก่อนจะเป็นลมหมดสติ จะมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มวนท้อง อยากถ่าย เหงื่อแตก ตัวเย็น ถ้าเป็นจากโรคหัวใจ อาจมีใจสั่นนำมาก่อน หรืออาจไม่มีอาการเตือนเลยก็ได้ ขณะหมดสติอาจมีอาการเกร็ง กระตุกได้ ให้รีบล้มตัวลงนอนทันที เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น และลดการเกิดการบาดเจ็บ ถ้าขับรถอยู่ ควรจอดทันที แล้วปรับที่นั่งให้อยู่ในท่านอนราบถ้าอยู่ในรถโดยสารควรหาที่นั่ง/นอนในรถ แจ้งคนรอบข้างว่ากำลังจะเป็นลม ไม่ควรรีบลงจากรถ เพราะอาจหมดสติตรงทางลงทำให้เกิดอันตรายได้&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8344315384798787882?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8344315384798787882/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8344315384798787882' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8344315384798787882'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8344315384798787882'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/fainting-syncope.html' title='โรควูบ (Fainting) และหมดสติ (Syncope) ภัยใกล้ตัวเรา'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-2399964333581633505</id><published>2008-12-05T00:04:00.000-08:00</published><updated>2008-12-05T00:04:00.657-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระมัดระวังสำหรับท่านที่ขับรถ'/><title type='text'>ระมัดระวัง! สำหรับท่านที่ขับรถ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ระมัดระวัง!  สำหรับท่านที่ขับรถ หากมีข้อผิดสังเกต หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น&lt;br /&gt;  อย่าพึ่งลงจากรถ กรุณาใช้สติ ใคร่ครวญให้รอบคอบ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็น&lt;br /&gt;  ข้อเตือนใจให้ระมัดระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง และเมื่อท่าน&lt;br /&gt;  อ่านจบแล้ว ขอให้ช่วยส่งต่อให้กับเพื่อนและคนที่คุณรักด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานได้ฟังเพื่อนเล่าว่าจอดรถไว้ที่วัดโพธิ์&lt;br /&gt;และไปเดินดูของที่ตลาดนัดสะพานพุทธ  ขากลับมาที่รถประมาณ 2 ทุ่ม&lt;br /&gt;ตอนออกรถมีผู้ชายมายืนขวางหน้า&lt;br /&gt;เพื่อนเห็นว่ามีคนเดียวและตัวเองก็เป็นผู้ชายจึงเปิดกระจกถามไปว่ามีอะไร&lt;br /&gt;เท่านั้นแหละมีผู้ชาย 3-4 คนมาจากไหนไม่รู้ ลากตัวเขาออกมาซ้อมด้านหลังรถ&lt;br /&gt;แล้วขับรถพาไปด้วยไปชานเมือง   ลากตัวลงมาซ้อมต่อ  คนหนึ่งบอกให้ยิงทิ้ง&lt;br /&gt;อีกคนบอกว่าแทงให้ตาย สุดท้ายคนหนึ่งบอกว่ามันพูดดีปล่อยมัน&lt;br /&gt;ก่อนไปพวกมันถอดเสื้อผ้าออกหมด  เอาเสื้อมัดแขนไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  และขับรถพร้อมทรัพย์สินทั้งหมดไป     โชคดีที่ไม่ตาย&lt;br /&gt;  ใครที่พบเหตุการณ์อย่างนี้แนะนำว่าอย่าเปิดกระจกรถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะคนร้ายที่แอบอยู่สามารถดันกระจกลง และปลดล็อคประตูได้&lt;br /&gt;ทางที่ดีใช้แตร...ดังๆ  ให้เป็นจุดสนใจ&lt;br /&gt;จำไดว่าเร็วๆนี้มีข่าวคนมาจากต่าจังหวัดไปถามทางคนที่อยู่แถวท่าเตียน&lt;br /&gt;ก็ถูกซ้อมและปล้นลักษณะคล้ายกัน    โปรดระวังครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : namchiang.com&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-2399964333581633505?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/2399964333581633505/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=2399964333581633505' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2399964333581633505'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2399964333581633505'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_05.html' title='ระมัดระวัง! สำหรับท่านที่ขับรถ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1401806563679441750</id><published>2008-12-04T00:02:00.000-08:00</published><updated>2008-12-04T00:02:01.745-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เตือนภัย กินยาแก้ไอน้ำดำ'/><title type='text'>เตือนภัย กินยาแก้ไอน้ำดำ</title><content type='html'>&lt;span class="CommentLarge"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;"รับประทานตามที่กำหนด"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยาแก้ไอน้ำดำ เป็นยาอีกตัวหนึ่งที่นิยมกันมาก และมีราคาถูก ใช้รักษาอาการไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ การรับประทานยานี้ที่ถูกต้อง ควรรับประทานตามเวลาที่กำหนด คือวันละ 3 – 4 ครั้ง แต่พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มักนิยมจิบบ่อย ๆ เวลาไอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ เนื่องจากได้รับทิงเจอร์ ฝิ่นมากเกินไป อาจทำให้ง่วง มึนงง คลื่นไส้ ท้องผูก ยานี้ยังห้ามใช้ในเด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ และในคนที่ไอมีเสมหะเหนียวหรือไอจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จะทำเสมหะเหนียว อุดตันทางเดินหายใจเป็นอันตรายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;วิธีระงับอาการไอที่ดีที่สุด คือ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- การดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ&lt;br /&gt;- การใช้ยาอม เช่น ยาอมมะแว้ง สามารถช่วยลดอาการไอได้ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้ขับลม แก้ท้องอืด แก้ปวดท้องเนื่องจากมีลมในกระเพาะอาหาร เป็นยาที่มีความปลอดภัย มีทั้งชนิดน้ำ เช่น ยาธาตุน้ำแดง และชนิดเม็ด เช่น ยาเม็ดโซดามินต์ นอกจากนี้ น้ำขิง (ขิงแก่ต้มน้ำตาล) ก็สามารถแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้ถึงสรรพคุณและข้อควรระวังในการใช้ยาเหล่านี้กันแล้ว ก็ควรเพิ่มความระมัดระวังการใช้ให้มากขึ้น ใช้ยาให้ถูกโรค ถูกเวลา และถูกขนาด แต่ถ้าหากใช้ยาถูกต้องตามนี้แล้ว อาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : 88db.com&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1401806563679441750?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1401806563679441750/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1401806563679441750' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1401806563679441750'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1401806563679441750'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_04.html' title='เตือนภัย กินยาแก้ไอน้ำดำ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8786875765457807308</id><published>2008-12-03T23:59:00.000-08:00</published><updated>2008-12-03T23:59:01.591-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ควันขาวภัยที่ไม่ควรมองข้าม'/><title type='text'>ควันขาวภัยที่ไม่ควรมองข้าม</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ควันขาวจากจักรยานยนต์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ในปัจจุบันรถจักรยานยนต์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสภาพการจราจรแออัด จึงต้องการพาหนะที่มีความคล่องตัวสูง และสามารถขับเคลื่อนไปได้ดี &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;รถจักรยายนต์ที่ใช้มี ๒ ประเภท คือ รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ ๒ จังหวะ และ ๔ จังหวะ ซึ่งรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ ๒ จังหวะ ได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากสามารถให้สมรรถนะเป็นที่พอใจแก่ผู้ขับขี่ มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ซ่อมแซมง่าย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ควันขาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;คือ กลุ่มของละอองน้ำมันหล่อลื่นที่ยังไม่เผาไหม้หรือเผาไหม้เพียงบางส่วน เมื่อกระทบกับบรรยากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ก็จะควบแน่น มองเห็นเป็นควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;สาเหตุของการเกิดควันขาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ จำเป็นต้องมีการหล่อลื่นชิ้นส่วนเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น เพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบ ผนังกระบอกสูง ตลับลูกปืน ฯลฯ ซึ่งส่วนผสมของอากาศ น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ในส่วนผสมก็จะมีโอกาสสัมผัสกับชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ในการหล่อลื่นและระบายความร้อน ต่อมาเมื่อส่วนผสมไหลออกมาจากห้องเพลาข้อเหวี่ยงเข้าไปในห้องเผาไหม้ น้ำมันหล่อลื่นที่มีส่วนประกอบหลักเป็น mineral oil เช่น bright stock ซึ่งเป็นสารที่เผาไหม้ยาก จะไม่ถูกเผาไปพร้อมกับน้ำมันเชื้อเพลิง จึงทำให้บางส่วนของน้ำมันหล่อลื่นเกาะอยู่ตามผนังห้องเผาไหม้ และช่องระบายไอเสีย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะระเหยแล้วผสมกับไอเสียไหลออกสู่บรรยากาศ ไอน้ำมันหล่อลื่นที่ยังไม่เผาไหม้เมื่อกระทบกับบรรยากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าก็จะควบแน่นเป็นละอองน้ำมัน มองเห็นเป็นควันขาวที่ออกจากท่อไอเสียอย่างชัดเจน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันหล่อลื่น&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;โดยทั่วไปคุณสมบัติของน้ำมันหล่อลื่นที่ดี ควรมีความสามารถในการหล่อลื่นสูง มีความต้านทานการครูดกร่อนของกระบอกสูบได้ดี มีความต้านทานต่อการติดเกาะของแหวนลูกสูบ ไม่ทำให้เกิดเขม่าแข็งอุดตันที่ช่องระบายไอเสีย และทำให้เกิดควันขาวน้อย แต่น้ำมันหล่อลื่นแบบธรรมดาส่วนใหญ่มักใช้ mineral oil เป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งจะให้สมรรถนะในการหล่อลื่นที่ดี แต่มีข้อเสียคือ ทำให้เกิดควันขาวมาก และเกิดเขม่าแข็งอุดตันช่องระบายไอเสีย ปัจจุบันได้กำหนดมาตรฐานน้ำมันหล่อลื่นแบบลดควันขาว (Low Smoke) เป็นมาตรฐานบังคับ ซึ่งน้ำมันหล่อลื่นที่ได้มาตรฐานต้องทำให้เกิดควันขาวน้อยกว่าร้อยละ 30 &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;อันตรายของควันขาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;&lt;strong&gt;อันตรายต่อร่างกาย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ทำให้มีอาการแสบและระคายเคืองตา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ทำให้เกิดโรคมะเร็ง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;อันตรายต่อสภาพแวดล้อม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ทำให้เกิดสภาพหมอกควัน บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;อันตรายต่อเครื่องยนต์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;เกิดการอุดตันที่ช่องระบายไอเสียในเวลาอันรวดเร็วทำให้ไอเสียระบายออกได้ลำบาก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;จังหวัดการระบายไอเสียผิดไปจากเดิม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;เครื่องยนต์มีสมรรถนะต่ำ แรงม้าลดลง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ต้องทำการซ่อมบำรุงบ่อย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;&lt;strong&gt;วิธีที่จะลดปริมาณควันขาว&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;การลดอัตราส่วนผสมระหว่างน้ำมันหล่อลื่นต่อน้ำมันเชื้อเพิลง แต่ยังคงรักษาสมรรถนะในการหล่อลื่นให้คงที่ ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นและวัสดุที่ใช้ผลิตเครื่องยนต์ให้ดีขึ้นตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;การลดหรือเปลี่ยนองค์ประกอบหลักจาก mineral oil โดยใช้สารตัวใหม่ เช่น สาร polyisobutene ซึ่งสามารถทำหน้าที่ในการหล่อลื่นได้เหมือนกับ mineral oil และก่อให้เกิดควันขาวน้อย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ประชาชนควรบำรุงรักษาเครื่องยนต์เพื่อป้องกันและลดควันขาว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ไม่ควรปรับแต่งวาล์วจ่ายน้ำมันหล่อลื่นให้มากขึ้นกว่าเดิมจากที่บริษัทกำหนดไว้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ใช้น้ำมันหล่อลื่นชนิดลดควันขาว (Low Smoke Oil) ที่ได้รับมาตรฐาน สมอ. &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;ไม่เติมน้ำมันหล่อลื่นในถังน้ำมันเชื่อเพลิง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:-1;"&gt;หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : 88db.com&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8786875765457807308?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8786875765457807308/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8786875765457807308' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8786875765457807308'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8786875765457807308'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_03.html' title='ควันขาวภัยที่ไม่ควรมองข้าม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-7691439860903004241</id><published>2008-12-02T23:56:00.000-08:00</published><updated>2008-12-02T23:56:00.336-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยจากขวดน้ำดื่มในรถยนต์'/><title type='text'>ภัยจากขวดน้ำดื่มในรถยนต์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ภัยที่เกิดขึ้นจากขวดน้ำดื่มในรถยนต์&lt;br /&gt;ตอนนี้ใกล้เข้าฤดูร้อน หลายท่านอาจคาดไม่ถึงว่า ขวดแก้ว ขวดพลาสติกใส เมื่อได้รับแสงอาทิตย์ระหว่างวันที่ทำมุมพอดี อาจก่อให้เกิดการลุกไหม้ติดไฟได้ โดยขั้นตอนการเกิดดังกล่าวใช้เวลาไม่เกิน 7 นาที ( โดยเฉพาะบางท่านที่ยังไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจัยที่ทำให้เกิดการลุกไหม้&lt;br /&gt;1. ขวดนืที่มีปริมาณน้ำอยู่เต็มขวด&lt;br /&gt;2. รูปทรงและความใสของขวด&lt;br /&gt;3. การทำมุมของแสงอาทิตย์&lt;br /&gt;4. มีวัสดุที่เป็นเชื้อไฟ เช่นกระดาษ ผ้ากำมะหยี่ หนังเทียม ( ไวนีล )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย&lt;br /&gt;1. ไม่ควรเก็บขวดน้ำไว้ในยานพาหนะที่จอดกลางแดด หากมีความจำเป็น ควรจัดเก็บหรือปิดคลุมให้มิดชิด&lt;br /&gt;2. ไม่ควรตั้งขวดน้ำในตำแหน่งที่ใกล้กับกระจก และวัสดุเชื้อไฟ&lt;br /&gt;3. การติดฟิล์มจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.bt-50.com/" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;http://www.bt-50.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-7691439860903004241?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/7691439860903004241/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=7691439860903004241' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7691439860903004241'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7691439860903004241'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post_02.html' title='ภัยจากขวดน้ำดื่มในรถยนต์'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-4571781134224324802</id><published>2008-12-01T23:52:00.000-08:00</published><updated>2008-12-01T23:52:00.428-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยใกล้ตัว ก่อนขับรถ อย่าลืมสำรวจใต้ท้องรถ'/><title type='text'>ภัยใกล้ตัว ก่อนขับรถ อย่าลืมสำรวจใต้ท้องรถ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ภัยใกล้ตัวที่เรานำมาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจในวันนี้ ได้รับการถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผู้ขับขี่รถยนต์ หลังจากที่เขาต้องประสบปัญหาไฟไหม้ใต้ท้องรถอย่างไม่รู้ตัว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า... "เมื่อเช้านี้... ผมขับรถจากโรงแรมมารวย วิ่งเข้าเส้นแจ้งวัฒนะ พอเลี้ยวเข้าแจ้งวัฒนะซอย 2 ได้ซักกลางซอย มีรถพยายามบีบแตรใส่ กระพริบไฟใส่ ผมก็งงๆ ว่า เกิดอะไรขึ้น ขับรถไปเฉี่ยวใครก็ไม่ใช่นะ พอเค้าแซงขึ้นไป เค้าพยายามชี้บอกอะไรบางอย่าง ขอบคุณมากๆ เลยครับ ไฟไหม้รถครับ ไหม้ใต้ตัวถังบริเวณใต้เบาะหลังหน้าถังน้ำมัน ผมเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงแรมหลุยส์พอดี พนักงานช่วยกันดับเพลิงใหญ่เลยครับ ส่วนผมโทรแจ้งสารพัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยครับ ทั้งประกัน ศูนย์รถยนต์ แล้วก็ที่บ้านด้วย และพยายามดับไฟใต้รถก่อนเพราะกลัวโดนถังน้ำมัน แต่... มันยังไม่หยุด ลามไปใต้เบาะในรถครับ ควันโขมงเลย ทีนี้รื้อเบาะครับ สายไฟไหม้ แล้วก็ดับเรียบร้อย แต่กลิ่นเหม็นสุด ๆ เลย ตอนนี้เอาเข้าศูนย์เคลียร์ไปเรียบร้อยแล้วครับ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;... ตอนแรกนึกว่า ไฟฟ้าลัดวงจร พอตรวจสอบใต้ท้องรถ ปรากฏกว่า มีผ้าไนลอนไหม้และติดอยู่ที่ท่อไอเสียครับ ใกล้ๆ บริเวณที่ไฟไหม้ สันนิษฐานว่า มันร้อน ผ้าไนลอนติดไฟครับ แล้วก็ลามไปเจอกล่องอะไรซักอย่างที่เป็นพลาสติกและท่อเดินน้ำมัน ไฟเลยลุกครับ จากนั้นลามเข้าใต้เบาะรถ เพราะว่ามีจุกพลาสติกสำหรับเดินสายไฟตรงนั้นพอดี ลามกันใหญ่เลยครับ นึกได้ว่า... คืนวันก่อน ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ผมขับรถจากสะพานควายวิ่งไปเกษตร ผ่านหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน มีกระสอบนุ่นแตกกระจายอยู่เต็มทางเลยครับ บนสะพานข้ามแยกเกษตร และก็มีอีกถุงซึ่งหลบไมได้ต้องขับคร่อมไป เศษกระสอบไนลอนนั่นคงติดมาครับ พอวันนี้เอารถไปใช้ คงร้อนและลุกไหม้นั่นเอง" ผู้ประสบเหตุกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ที่มา : &lt;a href="http://www.thaiguppy.com/index.php?topic=1856.0"&gt;http://www.thaiguppy.com/index.php?topic=1856.0&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-4571781134224324802?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/4571781134224324802/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=4571781134224324802' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4571781134224324802'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4571781134224324802'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='ภัยใกล้ตัว ก่อนขับรถ อย่าลืมสำรวจใต้ท้องรถ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3706566182941328130</id><published>2008-11-30T23:48:00.000-08:00</published><updated>2008-11-30T23:48:00.509-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยใกล้ตัวเด็กไทยวันนี้'/><title type='text'>ภัยใกล้ตัวเด็กไทยวันนี้</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เด็กกับขนมเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาตลอดดั่งคู่สร้างคู่สม แต่มือที่สามซึ่งได้ติดสอยห้อยตามเจ้าขนมตัวดีมาด้วย แถมกำลังทำร้ายสุขภาพของเด็ก ๆ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็คือ “น้ำตาล” ซึ่งมีอยู่ในขนมเกือบทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่ม และน้ำอัดลม ไม่เว้นแม้แต่ในนมที่ใช้บริโภคกันเพื่อสุขภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เรื่องน่าเศร้ายิ่งกว่านั้น กลับเป็นที่สังคมไทยทุกวันนี้ปล่อยให้มีโฆษณาชวนเชื่อตามสื่อต่าง ๆ มอมเมาให้เด็กติดขนม น้ำหวาน และน้ำอัดลม โดยเฉพาะพวกขนมถุงที่มีการเติมแต่งสีสันรสชาติด้วย น้ำตาล แป้ง สี ไขมัน เกลือ และผงชูรส สิ่งเหล่านี้นอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้เด็ก ๆ ที่ชอบกินอย่างพร่ำเพรื่อกำลังจะกลายเป็นผู้อุดมไปด้วยโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ ท้องผูก ซ้ำร้ายยังส่งผลไปถึงสมองทำให้ฉลาดน้อยลง โง่มากขึ้น แต่ที่ดูจะหนักสุดน่าจะเป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนานาชนิด เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน เป็นต้น&lt;br /&gt;เมื่อเร็ว ๆ นี้จึงมีผลการศึกษาทางด้านพลานามัยของเด็กไทยออกมา โดย “โครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัย” ที่ได้ไปทำการสำรวจเด็กนักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 ใน 4 โรงเรียน พบว่า มีเด็กเป็นโรคอ้วนถึง 19% จากนักเรียนทั้งหมดกว่า 5,126 ราย ในจำนวนนี้มี 30% มีความดันโลหิตสูงกว่าผู้ใหญ่ปกติ คือ เกิน 120/80 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ จากการตรวจเลือดเพื่อดูระดับไขมันในเลือดของเด็กกลุ่มตัวอย่างทั่วไป จำนวน 1,028 ราย ยังพบว่า มีเด็กถึง 77% มีระดับ คอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่าเด็กเหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจในวัยผู้ใหญ่สูง และหากยังถูกปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ทั้งโรคเบาหวานและโรคหัวใจก็จะตามมา&lt;br /&gt;ความรุนแรงเกี่ยวกับกระแสการบริโภคขนมและเครื่องดื่มของเด็กไทยในปัจจุบันจึงอยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากค่านิยมผิด ๆ และการไม่รู้เท่าทันโทษของสิ่งที่ตนบริโภคทุกเมื่อเชื่อวัน เด็กจำนวนไม่น้อยพอหิวหน่อยก็หาขนมพวกนี้มากินแทนข้าว หรือไม่ก็กินเป็นของว่าง เมื่อกระหายน้ำก็นึกแต่อยากจะดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเท่านั้น และด้วยวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เปลี่ยนจากการละเล่นของเด็กที่โดยธรรมชาติแล้วจะไม่อยู่กับที่ มาเป็นการนั่งดูทีวีหรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถดึงดูดให้เด็กนั่งอยู่กับที่ได้เป็นเวลานาน ๆ หลายคนจึงชอบหาขนมขบเคี้ยวและน้ำอัดลมมากินในขณะที่ทำกิจกรรมเหล่านี้ไปด้วย โดยหารู้ไม่ว่าความเคยชินที่ประพฤติปฏิบัติกันอยู่นี้ ได้กลายเป็นการบริโภคน้ำตาลมากเกินความต้องการที่ร่างกายจะนำไปใช้ อีกทั้งยังช่วยเชื้อเชิญโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคอ้วนมาอยู่กับตนเองอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย&lt;br /&gt;ครั้นจะห้ามให้เด็กเลิกกินขนมกรุบกรอบหรือเลิกดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม ก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เราน่าจะลองมาแก้ไขด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคกันสักหน่อย ถ้าจะดีกว่า คือ&lt;br /&gt;• ฝึกวินัยในการกิน โดยกินเป็นมื้อ ๆ ไป ไม่ใช่กินพร่ำเพรื่อ&lt;br /&gt;• กินอย่างถูกต้อง เช่น การหันกลับไปกินผลไม้ และขนมพื้นบ้านไทยบางประเภทให้มากขึ้น เลือกดื่มนมที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลน้อยและไขมันต่ำ หรือน้ำเปล่าแทน&lt;br /&gt;• อย่าขาดอาหารเช้า เพราะการงดอาหารเช้าจะทำให้เกิดความหิว เลยพลอยทำให้หลายคนไปหาขนมที่ไม่มีประโยชน์มากินแทนข้าวได้&lt;br /&gt;• หลีกเลี่ยงการกินขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมากในขณะดูทีวี หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เพราะความเพลิดเพลินจะทำให้ลืมอิ่มและกินมากเกินไป&lt;br /&gt;• ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งคนไหนที่กินมากก็ยิ่งต้องหาเวลาออกกำลังกาย หรือไม่ก็ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย ๆ เพื่อความแข็งแรง และไม่เป็นการสั่งสมสิ่งที่กินเข้าไปไว้ในร่างกายมากจนเกินพอดี&lt;br /&gt;ถึงตรงนี้ไม่ใช่ว่าน้ำตาลจะมีแต่โทษเพียงด้านเดียว ในทางกลับกันน้ำตาลก็เป็นหนึ่งในสารอาหารที่สร้างสมพลังงานให้แก่ร่างกายและมีความจำเป็นยิ่ง เพียงแต่เราจะต้องรู้จักบริโภคให้พอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อให้เกิดความสมดุลภายในร่างกาย แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ต้องอย่าลืมว่าถึงอย่างไรเด็กกับขนมก็เป็นของคู่กัน หากจะเปลี่ยนก็ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนตัวน้อง ๆ หนู ๆ เองก็หลังจากวันนี้ก็ต้องหัดยับยั้งชั่งใจในการกินบ้าง และต้องกินอย่างมีสติ พร้อมกับรู้จักเลือกของที่มีประโยชน์ ซึ่งจะไม่ส่งผลกลับมาทำร้ายตัวเอง เพื่อให้วันข้างหน้ารอบ ๆ ตัวของน้องหนูทั้งหลายจะได้ไม่อุดมไปด้วยน้ำตาลอย่างเช่นทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : สยามรัฐ&lt;br /&gt;ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือพิมพ์มติชน, ฉบับประจำวันพุธที่ 5 มกราคม 2548 &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3706566182941328130?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3706566182941328130/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3706566182941328130' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3706566182941328130'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3706566182941328130'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_30.html' title='ภัยใกล้ตัวเด็กไทยวันนี้'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1010458065989539850</id><published>2008-11-29T23:47:00.000-08:00</published><updated>2008-11-29T23:47:00.868-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แร่ใยหิน อีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง'/><title type='text'>แร่ใยหิน อีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;ทุกวันนี้คนไทยต้องดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงจากมลพิษทาง สิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นภัยใกล้ตัวที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของเรา โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลย!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          "แร่ใยหิน"&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;"แอสเบสทอส"&lt;/strong&gt; (Asbestos) ก็ถือเป็นหนึ่งในภัยใกล้ตัวที่คนไทยน้อยคนที่จะรู้จักถึงพิษภัยของมัน ที่สามารถคร่าชีวิตของคนเราได้ หากสูดหายใจเอาแร่ใยหินเข้าไปสะสมในร่างกายเป็นปริมาณมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;          &lt;/strong&gt;ที่บอกว่าเป็นภัยใกล้ตัวก็เนื่องจากว่า "แร่ใยหิน" ได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมประเภทซีเมนต์ อุตสาหกรรมผ้าเบรก ผ้าคลัตช์ อุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าป้องกันไฟหรือความร้อน อุตสาหกรรมกระดาษอัด และอุตสาหกรรมประเภทพลาสติกที่มีแอสเบสทอสเป็นส่วนประกอบ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;          &lt;/strong&gt;ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่คนไทยได้ใช้กันอยู่บ่อย ๆ ก็คือ กระเบื้องมุงหลังคาแบบลอนลูกฟูก ท่อระบายน้ำ กระเบื้องปูพื้น ฝ้าเพดาน ฝาผนัง ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรก ผ้าคลัตช์รถยนต์ ท่อน้ำร้อน หม้อไอน้ำ พลาสติกขึ้นรูปต่าง ๆ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;          &lt;/strong&gt;ทั้งนี้แร่ใยหิน แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ แอมฟิโบล และเซอร์เพนไทน์ โดยกลุ่มแอมฟิโบล ยังแบ่งย่อยออกได้เป็น 5 ชนิด ได้แก่ ครอซิโดไลท์, อะโมไซท์, ทรีโมไบท์, แอนโธฟิลไลท์ และแอคทิโนไลท์ ส่วนกลุ่มเซอร์เพนไทน์ ก็ได้แก่ ไครโซไทล์ หรือไวท์ แอสเบสทอส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;          &lt;/strong&gt;ดร.วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์ หัวหน้าภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า &lt;strong&gt;แร่ใยหินเป็นแร่ธรรมชาติ ที่ค้นพบมาเป็นระยะเวลากว่า 100 ปี  และได้นำเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 50-60 ปีที่แล้ว&lt;/strong&gt; โดยมีบริษัทเอกชนนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตวัสดุก่อสร้างต่างๆ เนื่องจากแร่ใยหินมีคุณสมบัติ ทนกรด ทนความร้อน ทนไฟ มีเส้นใยที่แข็ง และเหนียว ยืดหยุ่นได้ดี เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ จะทำให้มีความแข็งแรง ทนทาน ทนความร้อนได้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="COLOR: #0000ff"&gt;&lt;span style="COLOR: #000000"&gt;          &lt;/span&gt;อย่างไรก็ตาม แร่ใยหินแม้จะมีส่วนช่วยให้คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดีขึ้น แต่ก็มีข้อเสียโดยเฉพาะผลกระทบต่อร่างกายคน หากได้รับการสูดดมฝุ่นและละอองของแร่ใยหินเข้าสู่ร่างกาย จนสะสมในปริมาณที่มากและเป็นเวลานาน 15-30 ปี ก็จะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับปอด อาทิ มะเร็งปอด มะเร็งเยื่อหุ้มปอดและเยื่อบุช่องท้อง (Mesothelioma)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;          &lt;/strong&gt;"ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้ประกาศห้ามนำเข้าและยกเลิกการใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แล้ว อาทิ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ฯลฯ สำหรับประเทศไทย ไครโซไทล์ หรือ ไวท์ แอสเบสทอส ยังมีการอนุญาตให้นำเข้าได้อยู่ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต แต่การนำเข้า ผลิต ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองจะต้องแจ้งและขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ส่วนแร่ใยหินชนิดครอซิโดไลท์ ได้ห้ามนำเข้าเพราะถือว่าเป็นชนิดที่มีอันตรายมาก"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ทั้งนี้ในทุก ๆ ปี ประเทศไทยต้องนำเข้าแร่ใยหิน เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ปริมาณการนำเข้าแต่ละปีจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          โดยในปี 2540 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไทยมีการนำเข้าแร่ใยหินสูงถึงเกือบ 2 แสนตัน แต่พอปีต่อมา คือ ปี 2541 อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจปริมาณการนำเข้าจึงลดลงเหลือ 5-6 หมื่นตันเท่านั้น  ส่วนในปีต่อ ๆ มา การนำเข้าก็เพิ่มขึ้นและลดลงสลับกันไป จนถึงปี 2549 ไทยมีการนำเข้าแร่ใยหินเกือบ 1.5 แสนตัน โดยมีประเทศที่สั่งนำเข้าที่สำคัญ ๆ อาทิ แคนาดา รัสเซีย กรีซ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ดร.วันทนี กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแผนงานและได้ประกาศเมื่อปี 2550 ว่า ภายใน 5 ปี หรือประมาณปี 2555 จะให้มีการประกาศห้ามนำเข้าแร่ใยหิน แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ยังไม่มีใครบอกได้ เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ยังมีความเห็นที่ต่างกันอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          "หน่วยงานภาครัฐอาจจะมองกันคนละมุม กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจจะมองในด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมการลงทุน จึงเห็นว่าแร่ใยหินยังจำเป็นในภาคอุตสาหกรรม หากห้ามไม่ให้ใช้ จำเป็นต้องหาวัสดุอื่นมาทดแทนซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อคนจน ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขก็จะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนจึงต้องการห้ามไม่ให้มีการนำเข้า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นสารที่จะนำมาใช้ทดแทนแร่ใยหิน เช่น PVA ซึ่งในเมืองนอกที่มีการประกาศห้ามใช้แร่ใยหิน ได้มีการใช้สารตัวนี้ทดแทนอย่างแพร่หลาย สำหรับประเทศไทย มีการผลิตสารตัวนี้เช่นกัน แต่ยังมีน้อยอยู่จึงทำให้มีราคาแพง และหากจะสั่งนำเข้ามาใช้ก็ต้องเสียภาษี ในขณะที่การนำเข้าแร่ใยหินไม่ต้องเสีย จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมยังต้องการใช้แร่ใยหินอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับอันตรายจากแร่ใยหินก็คือ กลุ่มคนที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมและโรงงานที่มีการใช้แร่ใยหิน รวมถึงผู้ที่ทำงานก่อสร้างและรื้ออาคาร ซึ่งมีโอกาสที่จะสูดดมฝุ่นละอองของแร่ใยหินที่ฟุ้งกระจาย หากไม่มีการป้องกันที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ซึ่งฝุ่นละอองของแร่ใยหินก็มีคุณสมบัติสามารถฟุ้งกระจายลอยในอากาศได้เป็นเวลานาน !??!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สำหรับการหลีกเลี่ยงภัยจากแร่ใยหินที่ดีที่สุดนั้น ดร.วันทนี บอกว่า ก็คือ "การไม่ใช้" ซึ่งการที่จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มีหรือไม่มีแร่ใยหินก็คือ "การติดฉลาก" บอกผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เคยจะดำเนินการขอความร่วมมือให้มีการติดฉลากลงบนผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวัง แต่ทางผู้ผลิตเห็นว่าข้อความในฉลากน่ากลัวเกินไป จึงยังไม่ให้ความร่วมมือ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือข้อสรุปในเรื่องนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ ดร.วันทนี มองว่า จะต้องให้ความรู้กับประชาชนในส่วนของภาคอุตสาหกรรมก็ต้องมีการป้องกันที่ดีให้กับพนักงาน รวมถึงการรื้อถอนอาคารในเขตเมืองก็ต้องมีการป้องกันไม่ให้ฟุ้งกระจาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สุดท้าย ดร.วันทนี เห็นว่า ควรจะต้องมีการประกาศห้ามใช้แร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สำหรับแผน 5 ปี ที่จะห้ามการนำเข้านั้น หากภาครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาจริง เชื่อว่าจะทำได้อย่างแน่นอน !?! &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          เพราะประเทศอื่น ๆ สามารถทำได้มาแล้วและทำมานานแล้วด้วย !?!. &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : เดลินิวส์ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1010458065989539850?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1010458065989539850/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1010458065989539850' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1010458065989539850'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1010458065989539850'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_29.html' title='แร่ใยหิน อีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-4258144848432092444</id><published>2008-11-28T23:42:00.000-08:00</published><updated>2008-11-28T23:42:00.256-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แสงแดด ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม'/><title type='text'>แสงแดด ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#0033cc;"&gt;ภาวะโลกร้อน&lt;/span&gt; หรือ Global Warming ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ที่เห็นได้ชัดคือ ความร้อนจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมกับความเข้มของแสงที่สามารถส่งผ่านทั้งรังสียูวีเอ และรังสียูวีบี อันเป็นสาเหตุของปัญหาผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นอาการที่แสดงออกแบบเฉียบพลัน คือผิวแดง ไหม้ หมองคล้ำ หรือที่เรียกกันว่า “อาการแพ้แดด” หรือจะส่งผลในระยะยาวกับผู้ที่ได้รับแสงแดดติดต่อกันเป็นเวลานาน คือปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่น หรือ ท้ายที่สุดคือ “มะเร็งผิวหนัง”&lt;/span&gt; &lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ปัญหาดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจและหาวิธีป้องกัน และหนึ่งในทางออกนั้น คือการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พ.ท.นพ.วิษณุ ประเสริฐสม ประธานกรรมการบริหารคลินิกเวชกรรมเมดิแคร์ ได้ให้ข้อมูล ถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างถูกวิธีว่า “แสงแดดในช่วงเช้าและบ่ายมีประโยชน์ต่อร่างกายในกระบวนการสังเคราะห์วิตามินดี แต่ในขณะเดียวกันช่วงเวลา 11.00-14.00 น. ถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่แสงแดดมีอันตรายอย่างที่สุด ดังนั้น หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำงานหรือเล่นกีฬากลางแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากจะต้องเลือกเครื่องแต่งกายที่มิดชิด โทนสีอ่อนแล้ว การเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน”&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;ครีมกันแดดมี 2 ชนิด คือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;1) แบบป้องกันโดยการสะท้อนแสง (Physical Sun Screen) การเลือกใช้ส่วนประกอบ เช่นซิงก์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesium Oxide) หรือ ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titaniumdioxide) เป็นต้น ซึ่งส่วนประกอบดังกล่าวมีคุณสมบัติในการเป็นเกราะสะท้อนไม่ให้รังสียูวีทำร้ายผิวได้โดยตรง เพราะจะไม่ซึมซาบเข้าสู่ผิว จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แต่จะทำให้หน้าขาวดูไม่เป็นธรรมชาติ ทั้งยังเหนียวเหนะหนะ ไม่เป็นที่นิยม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;2) แบบป้องกันโดยการดูดกลืนแสง (Chemical Sunscreen) การเลือกใช้ส่วนประกอบ เช่น พาบา (Paba) แอนทรานิเลต (Anthranilate) หรือเบนโซฟีโนน (Benzophenone) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวดูดกลืนไม่ให้แสงมาทำอันตรายต่อผิวได้ ไร้สี ทาหน้าไม่ขาว แต่ข้อเสียคือ เนื่องจากสารดังกล่าวสามารถซึมสู่ผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในกลุ่มผู้มีผิวแพ้ง่าย หรือ Sensitive Skin&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ครีมกันแดดที่วางจำหน่ายในท้องตลาด มีส่วนประกอบที่คล้ายคลึงกันจะต่างกันตรงที่ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor ซึ่งเป็นค่าประมาณ “ระยะเวลา” ที่ผลิตภัณฑ์สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ เช่น หลังจากที่คุณอยู่กลางแจ้งเป็นเวลา 20 นาที ผิวคุณจะมีปฏิกิริยาจากแสงแดด คือ ร้อนแสบแดง ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 15 จะช่วยยืดระยะเวลาดังกล่าวออกไปได้ประมาณ 300 นาที หรือ 5 ชั่วโมงนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คุณหมอวิษณุ ยังกล่าวว่ามีคนไข้หลายท่านของ เมดิแคร์คลินิก ที่ยังมีทัศนะคติที่ผิดเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;“คนไข้ของเมดิแคร์ มีจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า หลังการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดดได้ เป็น SPF 45 ซึ่งจริงๆแล้วเป็นความเข้าใจที่ผิด ค่า SPF ไม่สามารถบวกเพิ่มได้จากสองผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้คุณหมอพยายามที่จะสร้างความเข้าใจ โดยการแนะนำครีมกันแดดที่มีค่า SPF ให้เหมาะสมกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไข้แต่ละคน เช่น ถ้าเป็นพนักงานออฟฟิสหรือนักเรียน นักศึกษา ที่ส่วนใหญ่อยู่ในห้องที่มีแสงจากหลอดฟลูออเลศเซ็น ครีมกันแดด SPF 40 ก็น่าจะเพียงพอกับการป้องกัน ส่วนผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง หรือนักกีฬาที่ต้องอยู่กลางแดดจัด 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยนั้น คุณหมอจะแนะนำ SPF 60 หรือ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่มีค่าSPF 100 แล้ว ยิ่งสร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งได้เป็นอย่างดี”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ที่มา : newswit.com&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-4258144848432092444?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/4258144848432092444/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=4258144848432092444' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4258144848432092444'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4258144848432092444'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_28.html' title='แสงแดด ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-2889247557103649259</id><published>2008-11-27T23:36:00.000-08:00</published><updated>2008-11-27T23:36:00.604-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สื่อลามกอนาจาร:ภัยใกล้ตัวเด็ก'/><title type='text'>สื่อลามกอนาจาร:ภัยใกล้ตัวเด็ก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ข่าวที่น่าตกใจเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนขณะนี้น่าจะเป็นข่าว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เดือนมกราคม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เดีอนเดียวเด็กไทยเสิร์ชคำว่า “&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;เซ็กซ์&lt;/span&gt;”&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ถึง 5 แสนครั้ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ส่วนทั้งปี&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;2549&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เยาวชนไทยที่มีอายุต่ำกว่า&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;25&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ปี&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เสิร์ชคำว่าเซ็กซ์สูงถึง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;5.8&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ล้านครั้ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งการค้นหาเวปที่มีภาพแอบถ่ายถึง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;2.4&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ล้านครั้ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และมีการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเข้าถึงสื่อลามกอนาจารถึง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;2.2&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ล้านครั้ง&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;p class="MsoBodyText" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoBodyText" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoBodyText" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากตัวเลขที่สูงมากขนาดนี้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แสดงให้เห็นถึงความหมกมุ่นกับเรื่องราวทางเพศของเด็กและ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เยาวชน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การที่เด็กพิมพ์แค่คำว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;“&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;เซ็กซ์&lt;/span&gt;”&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แล้วสามารถเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และความถี่ในการค้นหาจำนวนหลายล้านครั้ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ย่อมแสดงว่าเด็ก ๆ สามารถใช้คำเดียวก็สามารถเข้าถึงสื่อลามกได้ง่าย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หน่วยงานที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;พิษภัยจากอินเทอร์เน็ตที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;กลับไม่ใช้วิธีง่าย ๆ เช่นเดียวกับเด็ก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จัดการกับเวปไซต์ลามกอนาจารให้ลดน้อยลงไปบ้าง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แม้ว่าอาจจะไม่หมด&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพราะอาจจะผุดขึ้นมาทุกวัน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แต่ก็น่าจะทำอะไรได้บ้างที่ทำให้ตัวเลข&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;5.8&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ล้านครั้งต่อปี&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ลดลงไปมากกว่านี้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หรือกระทรวงไอซีที&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จะใช้วิธีการที่ไฮเทคกว่านี้จัดการกับเวปไซต์ลามกอนาจารได้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ก็จะเป็นคุณูปการแก่สังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ปัญหาของเด็กและเยาวชนน่าจะเป็นปัญหาเร่งด่วน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;มากยิ่งกว่าปัญหาอื่น ๆ ที่จะต้องทำด้วยซ้ำ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากเวปไซต์ที่มีทั้งเรื่องเซ็กซ์&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;การแอบถ่ายและสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ขณะเดียวกันเรายังพบว่าการขายซีดีที่แพร่ภาพลามกอนาจารยังคงเกลื่อนเมือง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ใกล้ตัว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หาซื้อได้ง่ายพอ ๆ กับการซื้อขนม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะเลี่ยงกฎหมาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ด้วยการใช้เด็กที่มีอายุน้อยเป็นผู้ขาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อว่าเมื่อถูกจับ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จะได้ถูกลงโทษตามกฎหมายน้อย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;กรณีแบบนี้ผู้ใช้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จ้าง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;วาน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;นอกจากทำผิดกฎหมายแล้ว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ยังสื่อว่าขาดคุณธรรมอย่างแรง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพราะเป็นการดึงเด็กที่ยังอ่อนวัย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอให้ไปทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ยังเป็นการดึงเด็กเข้าสู่วงจรของการละเมิดลิขสิทธิ์&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารอีกด้วย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐจะปล่อยปละละเลย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากสื่อลามกอนาจารตามที่กล่าวมาแล้ว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ยังพบการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารในรูปแบบของแผ่นโปสเตอร์ขนาดเล็กคล้าย ๆ ปกเทป&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ในแผ่นจะมีตัวอย่างภาพโป๊&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;พร้อมเบอร์เพื่อส่ง SMS&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ไปขอโหลดภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ซึ่งมีทั้งรูปภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และคลิปวีดิโอ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ในใบโฆษณาจะมีตัวอย่างภาพให้ดู&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งมีข้อความเชิญชวน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่สื่อไปถึงเรื่องทางเพศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แค่เด็กมีโทรศัพท์มือถือก็สามารถเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือสิ่งยั่วยวนทางเพศได้ง่ายแล้วยังไม่พอ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพราะเด็กสามารถหาแผ่นโฆษณานี้ได้ง่ายมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่า&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ร้านสะดวกซื้อบางร้าน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือร้านที่มีเด็กวัยรุ่นเป็นลูกค้าทั้งหลาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;กลับนำแผ่นปลิวโฆษณาเหล่านี้มาวางแจกจ่าย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อให้เด็กหยิบไปทดลองเล่นได้ง่าย ๆ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การที่แผ่นปลิวโฆษณาที่มีภาพโป๊&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เปลือย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และมีถ้อยคำล่อแหลม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และเชิญชวนให้เด็กหมกมุ่นกับเรื่องทางเพศ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;วางอยู่เกลื่อนกลาด&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และสามารถหาได้ง่าย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ย่อมสะท้อนคุณภาพของสังคม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;โดยเฉพาะการขาดคุณธรรมอย่างร้ายแรงของเจ้าของกิจการร้านค้า&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่ปล่อยให้สื่อลามกอนาจารเข้ามาใช้ร้านของตนเองเผยแพร่แผ่นปลิวโฆษณาด้วยความรู้เห็นเป็นใจ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรืออาจเป็นเพราะการปล่อยปละละเลยก็ตามที&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากนี้ยังแสดงถึงความไม่ทันสมัยของหน่วยงานของรัฐ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่ยังไม่สามารถจัดระเบียบการใช้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;SMS&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อโหลดภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือในรูปแบบของคลิปวีดิโอลามกอนาจารเหล่านี้ได้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แม้ว่าเคยมีความพยายามจัดระเบียบการใช้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;SMS&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ในรายการทีวีที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นก็ตาม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทั้งที่การใช้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;SMS&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องใด ๆ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่อยู่ในความสนใจของสังคมในขณะนั้น&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;น่าจะเป็นประโยชน์ที่สะท้อนให้เห็นทัศนคติของผู้คนต่อเรื่องต่าง ๆ ในสังคม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แต่รัฐกลับจัดระเบียบเรื่องนี้ได้ดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในขณะที่สื่อลามกอนาจาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ประเภทที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รัฐกลับจัดการอะไรไม่ได้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือตามไม่ทันสื่อเหล่านี้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือไม่มีเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยเพียงพอที่จะจัดการ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;อีกทั้งการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายก็ค่อนข้างหย่อนยานเกินไป&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เสมือนมีการปล่อยปละละเลยให้สื่อลามกอนาจารแพร่หลายอยู่ทั่วไป&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทั้งที่เรื่องของเด็กและเยาวชนน่าจะเป็นเรื่องที่รัฐควรจะให้ความสำคัญ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;น่าแปลกใจว่าการวางแผ่นปลิวแบบนี้ในที่โจ่งแจ้ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเห็น&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือป้องปรามเข้มงวดกวดขันเลยหรือไร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จึงปล่อยให้สื่อลามกอนาจารเข้าถึงเด็ก ๆ ได้ง่าย ๆ เช่นนี้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทั้งที่เรื่องการปกป้องไม่ให้สิ่งที่ไม่ดีเข้าถึงตัวเด็ก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;น่าจะเป็นภาระหน้าที่ของทุกคนในสังคมมากกว่าที่จะเป็นเรื่องธุระไม่ใช่&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รอให้เป็นเรื่องใกล้ตัวก่อนแล้วจึงจะรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เด็กและเยาวชนไทยในปัจจุบัน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ส่วนหนึ่งมีปัญหาน่าเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทะเลาะวิวาทตบตี&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จนเป็นเรื่องฉาวโฉ่ให้อับอายขายหน้ากันทั้งเมือง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;การมั่วสุมทางเพศ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ยาเสพติด&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;การมีชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ซึ่งปัญหาเหล่านี้นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นทุกที &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;นอกจากปัญหาของเด็กและเยาวชนดังกล่าวแล้ว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ภัยใกล้ตัวเด็กที่เนื่องมาจากสื่อลามกอนาจารประเภทต่าง ๆ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ก็เป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาด้วย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จึงควรเป็นหน้าที่ของหลาย ๆ หน่วยงานของรัฐ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยี่ง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ไม่ใช่เป็นเรื่องที่&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ใคร ๆ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ควรจะนิ่งดูดาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ได้แสดงท่าทีที่ไม่นิ่งนอนใจ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;โดยจะเริ่มระดมความคิดเห็นจากนักเรียน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;นักศึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ไข&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ตลอดจนจัดโหวต&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;100&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เวปไซต์ดีเด่น&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งการส่งเสริมเวปไซต์ที่ดีมีคุณภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ซึ่งมีศูนย์กลางเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมได้ประสานไปยังกระทรวงไอซีที&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อให้มีการปิดเวปไซต์ลามกอนาจารทั้งหลาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมยังได้แจ้งข้อมูลข่าวสารเพื่อให้สังคมไทยได้ทราบข้อมูล&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ถึงภัยทางอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นในสังคมไทย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ปกครองได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จะได้รู้เท่าทันความเป็นไปของเด็กและเยาวชน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ลูกหลานของตนเข้าใกล้สื่อลามกอนาจารทั้งหลาย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;แล้วกระทรวงไอซีที&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือกระทรวงเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสารกำลังทำอะไรอยู่&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จัดการบล็อคเวปไซต์ลามกอนาจารไปได้กี่เวปไซต์แล้ว&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ยอดการเสิร์ชคำว่า “เซ็กซ์” ของเด็กและเยาวชนในเดือนพฤษภาคม&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ลดลงจากเดือนมกราคม หรือไม่อย่างไร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;อีกทั้งการใช้ช่องทางของโทรศัพท์มือถือเพื่อโหลดภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;คลิปวีดีโอลามกอนาจาร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;จาก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;2.2 ล้านครั้งต่อปี&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ลดลงไปบ้างหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ตลอดจนมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับบรรดาเจ้าของ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เวปไซต์&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และผู้เปิดบริการใช้หมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้โหลดภาพ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือคลิปวีดิโอ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;รวมทั้งกิจการ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เซ็กซ์โฟนทั้งหลาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;กระทรวงไอซีที&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ยังไม่นับเวปไซต์ลามกที่มีจากต่างประเทศอีกกว่า&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;100 ล้านเวปไซต์&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ที่อาจเผยแพร่เข้ามายังเมืองไทยในโลกไร้พรมแดนได้&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แล้วเรามีกฎหมายอะไรที่จะจัดการ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือมีเทคโนโลยี่คุณภาพระดับใดที่พอจะสะกัดกั้นเวปไซต์เหล่านี้ได้ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;รวมทั้งนอกจากสะกัดกั้น หรือแทนที่จะปล่อยให้โลกของอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยเวปไซต์ลามกอนาจารจำนวนมากมาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทำอย่างไรจึงจะสามารถนำน้ำดีมาไล่น้ำเสียได้บ้าง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;อย่างน้อยให้เด็กและ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เยาวชนมีทางเลือก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ให้มีเวปไซต์ดี ๆ มีประโยชน์&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เหมาะสมกับเด็ก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ในส่วนนี้กระทรวงไอซีทีมีแนวคิด นโยบายที่จะปฏิบัติเป็นรูปธรรมได้อย่างไร&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ทำไมประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่าทำอะไรไปถึงไหนแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1;font-family:verdana;" &gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: justify"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ปัญหาสื่อลามกอนาจารที่ก่อให้เกิดความหมกมุ่นทางเพศ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมั่วสุมทางเพศนั้น&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เป็นปัญหาใหญ่&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;มีผลต่อคุณภาพของเด็กและเยาวชน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;ซึ่งนับวันจะเป็นปัญหาที่เรื้อรัง&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;และยิ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หากปล่อยไปไม่ได้รับการแก้ไข&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;อาจจะยากแก่การเยียวยา&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;เกินกว่าที่หน่วยงานของรัฐแต่ละกระทรวง ทบวง กรมจะนิ่งดูดาย&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;หรือต่างคนต่างทำงาน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;คงต้องถึงเวลาหันกลับมาร่วมมือร่วมใจกัน&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;แก้ไขอย่างจริงจังเสียที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : gotoknow.org&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-2889247557103649259?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/2889247557103649259/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=2889247557103649259' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2889247557103649259'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2889247557103649259'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_27.html' title='สื่อลามกอนาจาร:ภัยใกล้ตัวเด็ก'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1544195778845241674</id><published>2008-11-26T23:34:00.000-08:00</published><updated>2008-11-26T23:34:00.809-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='บาดทะยัก ภัยใกล้ตัวพบมากในคนแก่'/><title type='text'>บาดทะยัก ภัยใกล้ตัวพบมากในคนแก่</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;กล้ามเนื้อเกร็ง อ้าปากไม่ได้ เป็นหนักอาจถึงตาย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนที่มักเกิดบาดแผลบริเวณแขน  ขา  หรือลำตัว มักเกิดอาการกังวลถึงเรื่องโรคบาดทะยักที่อาจเกิดขึ้นบริเวณแผลดังกล่าว  ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันโรคบาดทะยักจะมีวัคซีนป้องกัน แต่ก็คงยังพบผู้ป่วยอยู่เรื่อยๆ และมีแนวโน้มว่าจะพบในผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่า ในผู้ป่วยบางราย เพียงแค่โดนเข่งบาดมือ ก็เป็นโรคบาดทะยักได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผศ.น.พ.สุพจน์ ตุลยาเดชานนท์ หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี กล่าวว่า บาดทะยักเป็นโรคติดเชื้อ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในดิน ในสิ่งแวดล้อม ชื่อ คลอสทริเดียม เตตตาไน (Clostridium tetani) เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล โดยเฉพาะบาดแผลที่เจาะลึกเข้าไปในผิวหนัง เช่น ตะปูตำ เสี้ยนไม้ตำ นอกจากนี้อาจพบการติดเชื้อในคนไข้ทำแท้งเถื่อนที่ใช้เครื่องมือไม่สะอาด รวมถึงคนที่ฉีดยาเสพติด โดยการใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าไปในบาดแผลแล้วจะสร้างสารพิษท็อกซิน ซึ่งสารพิษดังกล่าวจะไปจับกับเส้นประสาท เชื้อจะลามไปตามเส้นประสาท สู่ไขสันหลัง และอาจไปถึงก้านสมองบางส่วน ประมาณ 3 วันถึง 3 สัปดาห์คนไข้จะแสดงอาการ โดยเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรคบาดทะยักยิ่งเกิดอาการเร็วก็ยิ่งน่ากลัว เริ่มแรกคนไข้จะมีอาการปวด คล้ายปวดกล้ามเนื้อ จากนั้นจะเริ่มมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเป็นระยะๆ อ้าปากไม่ได้ คอเกร็ง หลังเกร็ง หรือบางคนอาจมีอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น เหงื่อแตก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ บางคนเกร็งรุนแรงจนกล้ามเนื้อสลายตัว หรือจนถึงขั้นกระดูกหักก็มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ช่วยหายใจ ทำให้หายใจไม่ได้ และอาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้ โดยคนไข้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพราะติดเชื้อแทรกซ้อน หรือบางคนมีระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ แต่ถ้าคนไข้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี มาพบแพทย์ทันเวลา 70-80% ก็สามารถหายเป็นปกติได้ แต่มีส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตทั้งที่แพทย์รักษาจนสุดความสามารถแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น.พ.สุพจน์ กล่าวต่อว่า การรักษานั้น จะให้ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการเกร็ง ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อที่แผล รวมทั้งให้วัคซีนให้ภูมิคุ้มกัน เพราะเมื่อเชื้อบาดทะยักเข้าไปในเส้นประสาทแล้ว คนไข้คงสร้างภูมิคุ้มกันเองไม่ทัน ต้องเอาภูมิคุ้มกันที่สร้างแล้ว มาฉีดให้คนไข้ ขณะเดียวกันก็นำวัคซีนบาดทะยักที่ฉีดให้กับคนไข้ทั่วไปมาฉีดพร้อมกันด้วย เพื่อกระตุ้นให้เขาสร้างภูมิคุ้มกันเอง จะเป็นวิธีช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ซึ่งในคนไข้บางรายอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจร่วมด้วย โดยคนไข้บาดทะยักต้องใช้เวลาในการดูแลรักษาประมาณ 1 เดือนอาการจะดีขึ้น และหายเป็นปกติได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะบอกให้ป้องกันไม่ให้เป็นแผลนั้นก็คงยาก ดังนั้น ก็ควรระมัดระวังอย่าให้มีบาดแผล หรือไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปในแผล หรือในกรณีที่เกิดเป็นแผลขึ้นมาแล้ว  ก็ควรที่จะล้างแผลให้สะอาด แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นบาดทะยักหรือไม่จะได้ทำการรักษาต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา :   ณัฐภัทร ตุ้มภู่ Team Content &lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.thaihealth.or.th/"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;www.thaihealth.or.th&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1544195778845241674?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1544195778845241674/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1544195778845241674' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1544195778845241674'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1544195778845241674'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_26.html' title='บาดทะยัก ภัยใกล้ตัวพบมากในคนแก่'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-5425651945774739523</id><published>2008-11-25T23:30:00.000-08:00</published><updated>2008-11-25T23:30:01.024-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยใกล้ตัว คนรักสัตว์'/><title type='text'>ภัยใกล้ตัว คนรักสัตว์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;จากไข้กระต่ายถึง 'แท้งติดต่อ' ภัยใกล้ตัวคนรักสัตว์เลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  คงไม่ใช่เรื่องดีแน่… ถ้าเจ้าตูบที่คุณรัก จะเป็นตัวการที่ทำให้คุณต้องเผชิญกับโรค !!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุนัขกับคนมีความผูกพันกันมานาน ชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไปเรียน วุ่นวายกับการทำงาน กลับมาบ้านได้พบกับเสียงเห่า หน้าตาที่ดีใจ หางที่สั่นกระดิกไปมา ยืนรอต้อนรับแสดงความดีใจกับการกลับมาของเราทุกครั้ง ก็ทำให้ชีวิตที่เคร่งเครียดได้ผ่อนคลายลงได้บ้าง เมื่อได้เล่น จับ สัมผัสและทักทายกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดชีวิตที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยแสดงอาการรังเกียจ ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มีฐานะอย่างไร เจ้าตูบก็ยังคงจงรักภักดีไม่มีเสื่อมคลาย นี้เป็นเพียงบางส่วนของความรู้สึก ซึ่งแต่ละคนต่างมีความประทับใจ “เจ้าตูบ” สัตว์เลี้ยงที่คุ้นเคยในมุมมองที่แตกต่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางครั้งโรคที่ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นกับสุนัขตัวโปรดของเราได้และที่ร้ายไปกว่านั้น สามารถติดต่อสู่คนได้ด้วย อย่างโรคที่เรียกว่า “โรคแท้งติดต่อ”  ซึ่งกำลังเป็นข่าวสร้างความวิตกกังวลให้แก่คนรักเจ้าตูบอีกระลอก หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งตื่นตระหนกกับ “โรคไข้กระต่าย” ภัยจากสัตว์ป่าฟันแทะได้ไม่นาน&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;รศ.สพญ.ดร.เกษกนก  ศิรินฤมิตร ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับ “โรคแท้งติดต่อ” หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “โรคหมาแท้ง” ให้ฟังว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า บรูเซลล่า (Brucella) ในสุนัขจะเรียกว่า บรูเซลล่า เคนิส (Brucella canis) โดยชื่อหลังนั้นจะใช้เรียกเชื้อตามชนิดของสัตว์ที่เกิด เช่น บรูเซลล่า อะบอตัส (Brucella Abortus) เป็นเชื้อที่เกิดในวัว บรูเซลล่า ซูอิส (Brucella Suis) พบในสุกร หรือ บรูเซลล่า เมลลิเทนซิส (Brucella Mellitensis) ที่พบในแพะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อโรคที่สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยทำให้เกิดการแท้งหรือผสมไม่ติด จึงเรียกว่า โรคแท้งติดต่อ&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;โรคนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ ปี พ.ศ. 2509 เนื่องจากฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งมีปัญหาว่า ผสมพันธุ์ไม่ติด และมีสุนัขเกิด     อาการแท้งลูก เมื่อแยกเชื้อออกมาพบว่าเป็นเชื้อแบคทีเรีย บรูเซลล่า มีการตั้งชื่อเชื้อนี้ว่า บรูเซลล่า เคนิส หลังจากที่พบในอเมริกาแล้ว ยังพบในประเทศอื่น ๆ เช่น อเมริกาใต้ ประเทศบราซิล เม็กซิโก ในยุโรป   ประเทศนิวซีแลนด์ และในแถบเอเชีย พบในประเทศจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ในเมืองไทยเคยมีนักวิชาการพยายามตรวจว่ามีโรคชนิดนี้ในเมืองไทยหรือไม่แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงสันนิษฐานกันว่า เชื้อชนิดนี้เข้ามาในช่วงปี พ.ศ. 2537-2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐ กิจของไทยดี มีการนำเข้าสุนัขกันมากและหลากหลายสายพันธุ์ และนิยมพัฒนาในแต่สายพันธุ์ รวมทั้งการนำเข้ามาไม่ได้มีการตรวจเชื้อโรคชนิดนี้&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ต่อมาในปี พ.ศ. 2541-2542 ฟาร์มสุนัขแห่งหนึ่งในเมืองไทย มีปัญหาเรื่องของสุนัขแท้งลูกและมีการแท้งติดต่อกันในแม่พันธุ์หลายตัว จากนั้นนำสุนัขมาตรวจที่ ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดยทีมงานคือ สพญ. จันทร์จิรา ภวภูตานนท์ และ ผศ.นสพ.ดร.ธวัชชัย ศักดิ์ภู่อร่าม ที่ทำการตรวจและสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ แต่เนื่องจากเมืองไทยไม่เคยมีโรคนี้มาก่อน จึงทำการแยกเชื้อนี้ส่งไปที่องค์การอนามัยโลกประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็ยืนยันกลับมาว่าเป็นโรคบรูเซลล่า เคนิส ตามที่สันนิษฐานไว้ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พบในเมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้น มีการระบาดไปทั่ว เนื่องจากคนเลี้ยงเมื่อรู้ว่าสุนัขของตนเองที่ผสมพันธุ์ไม่ติดหรือว่ามีการแท้งลูก เป็นโรคนี้และสามารถติดต่อสู่คน จึงขายต่อในราคาที่ต่ำมากหรือหลอกขาย ส่วนเจ้าของใหม่ที่ซื้อมา เมื่อเลี้ยงไปสุนัขเกิดผสมพันธุ์ไม่ติด แท้งลูก ตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคชนิดนี้ จึงนำไปปล่อย หรือขายต่อ ส่งต่อเป็นทอด ๆ ทำให้โรคนี้ไม่สามารถควบคุมได้&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ต่อมาเมื่อสุนัขติดสัดผสมพันธุ์ใหม่ก็จะพบกับปัญหาเดิมอีก การติดต่อของโรคนี้ คือ การผสมพันธุ์ ถ้าตัวเมียเป็นโรคนี้ในเลือดจากช่องคลอดจะมีเชื้อโรคอยู่  ขณะที่ตัวผู้ที่ไม่เป็นเมื่อมีการผสมพันธุ์กันโรคนี้จะติดต่อไปยังตัวผู้ด้วย&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ในทางกลับกันเมื่อตัวผู้เป็น ในน้ำอสุจิของตัวผู้จะมีเชื้อโรคนี้อยู่ ในขณะที่ตัวเมียไม่เป็น เมื่อมีการผสมพันธุ์กันเชื้ออสุจิจะถูกปล่อยลงไปในช่องคลอดของตัวเมียทำให้เกิดการติดเชื้อ นี่คือการนำโรคจากภายนอกเข้ามาในบ้าน&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt; อีกกรณีหนึ่งที่สำคัญมาก คือ การเลียและการกิน ซึ่งหลายคนจะมองข้ามไป เมื่อบ้านหลังหนึ่งนำสุนัขตัวเมียไปผสมพันธุ์กับที่อื่นแล้วไม่ติดหรือติดแต่แท้ง สุนัขตัวอื่นในบ้านอาจจะมากินรก น้ำคร่ำจากการแท้งที่หลุด ออกมา หรือมีการเลีย ก็ติดเชื้อนี้ต่อไปอีก การติดจากการผสมพันธุ์ เป็นแค่ 1 ต่อ 1 แต่   การเลียและกิน ทุกตัวในบ้านสามารถมีโอกาสติดหมด ฉะนั้นต้องระวังในเรื่องนี้ให้มากเพื่อเป็นการป้องกันโรคจากภายนอก&lt;br /&gt;     &lt;br /&gt;จากการเพาะเชื้อเดิมมีอยู่ 8 สายพันธุ์ที่พบ คือ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์, บัสเซท ฮาวด์, เซนต์ เบอร์นาร์ด, ดัลเมเชี่ยน, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, ชิทสุ, พูเดิล และ พิตบูล มีการตรวจพบเพิ่มอีกหนึ่งสายพันธุ์ คือ ไซบีเรียน ฮัสกี ซึ่งในความเป็นจริงน่าจะมีมากกว่านี้ เพราะบางบ้านจะเลี้ยงสุนัขไว้หลายสายพันธุ์ ถ้าไม่มีการผสมพันธุ์ก็จะไม่รู้ แต่ถ้ามีสายพันธุ์หนึ่งเป็นโรคและไม่ได้รับการตรวจก็จะไม่รู้อีกเช่นกันเพราะสุนัขไม่แสดงอาการป่วยให้เห็น และบางสายพันธุ์ไม่นิยมพามาตรวจ ทำให้ไม่ทราบว่ามีการเกิดโรคขึ้นในสายพันธุ์นั้น ๆ ซึ่งมีโอกาสเกิดได้ทั้งเพศผู้และเพศเมียเท่า ๆ กัน&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;“ถ้าสุนัขเป็นโรคมาเลียแขน ขา โดยที่คนไม่เป็นแผลก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าคนมีบาดแผลอยู่แล้วสุนัขมาเลียมีโอกาสที่เชื้อจะเข้าไปได้ หรือในขณะที่สุนัขแท้งลูกแล้วเข้าไปช่วยทำคลอด โดยไม่ได้ใส่ถุงมือหรือล้างมือไม่สะอาด เมื่อหยิบจับอาหารเข้าปาก จะเป็นการรับเชื้อเข้าไปได้”&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ลักษณะอาการในคนคือ เป็นไข้ เป็น ๆ หาย ๆ คล้ายเป็นหวัด เมื่อกินยาลดไข้ หายแล้วอีกไม่นานก็กลับมาเป็น   อีก รวมทั้งมีอาการปวดศีรษะ ตัวสั่น หนาวโดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับผู้ชายบางคนจะมีอาการอัณฑะบวมได้ อาการเหล่านี้จะคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อที่มาจากสุนัข โค รวมทั้งแพะ ซึ่งจะมีอาการเหมือนกันทั้งคนและสัตว์ โดยในเมืองไทยยังไม่เคยมีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่ามีคนติดโรคนี้จากสุนัข รวมทั้งในคนยังไม่มีการตรวจเชื้อชนิดนี้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อได้รับเชื้อโรคชนิดนี้เข้าไป จากรายงานขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับโรคนี้ สำหรับคนมีข้อดี คือ เป็นแล้วสามารถรักษาได้ โดยการกินยาปฏิชีวนะหรือฉีดยาไปพร้อม ๆ กัน ในระยะเวลา 1-2 เดือน แต่ยามีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนใหญ่ 80-90% จะหายขาด ในกลุ่มคนที่ยังไม่หายจะมีการเปลี่ยนยาชุดใหม่ให้ก็จะหายในที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การรักษาในสุนัขจะไม่มียารักษาให้หายขาดหรือไม่มีวัคซีนป้องกันได้ จะเป็นไปตลอดชีวิต เนื่องจากว่ามีคนพยายามทำวัคซีนในสุนัขพอนำมาใช้จริงกลับไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ยกเว้น โค ที่มีวัคซีนป้องกันเรื่องโรคแท้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านการป้องกัน ในต่างประเทศจะใช้วิธีการฉีดยาให้หลับหรือทำให้ตายนั่นเอง แต่ในเมืองไทยเจ้าของจะไม่เลือกวิธีนี้ เพราะทำใจไม่ได้ ทำไม่ลง มีความผูกพัน ทำให้ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การทำหมัน เพราะเชื้อจะหลบอยู่ที่ระบบสืบพันธุ์ ในต่อมน้ำเหลือง เมื่อทำหมันแล้วเท่ากับเป็นการควบคุมเชื้อในร่างกายของสุนัข ถึงจะมีเชื้ออยู่แต่ก็น้อยลง เมื่อทำหมันเสร็จแล้วจะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยในการควบคุมเชื้อนี้ไว้ด้วยและเริ่มมีการวิจัยในการรักษาโรคนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคน ป้องกันได้โดยหลังจากจับ ลูบ สุนัข ล้างมือให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็ป้องกันโรคได้แล้ว ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าโรคชนิดนี้เป็นอย่างไร ติดต่อได้โดยวิธีใด จะทำให้รู้วิธีป้องกันได้ ก็สามารถอยู่ร่วมกับสุนัขได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนคนที่ตั้งครรภ์ ไม่สามารถยืนยันได้และในต่างประเทศก็ยังไม่ชัดเจนว่า คนตั้งครรภ์มีการแท้งจากการติดเชื้อโรคนี้ เพราะสาเหตุของการแท้งมีได้หลายสาเหตุ เพียงแต่ว่ามีโอกาสเพราะเป็นเชื้อที่อยู่ในกลุ่มที่ทำให้แท้งได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากฝากกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัข วิธีป้องกันที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้โรคนี้มาสู่สุนัขของเราได้ คือ ก่อนที่จะนำสุนัขมาผสมพันธุ์กันควรจะมีการตรวจโรคนี้เสียก่อนทั้งตัวผู้และตัวเมียกรณีต่อมา คือ ถ้ากังวลว่าสุนัขจะเป็นโรคนี้หรือไม่สามารถนำสุนัขมาตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรฯ หากสุนัขเกิดเป็นโรค ไม่ต้องกลัว วิตก และที่สำคัญไม่อยากให้ใช้วิธีให้คนอื่นต่อหรือขายต่อหรือนำไปปล่อย สามารถมาปรึกษาหมอได้ จะได้ควบคุมการแพร่กระจายของโรค เพราะมิฉะนั้นเมื่อโรคมีการแพร่กระจายบางครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์โรคนี้ก็อาจจะย้อนกลับมาหาเราได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงไม่มีใครอยากให้โรคนี้เกิดขึ้นกับสุนัขที่เราเลี้ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องยอมรับและอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจ...อย่าทิ้งกัน... เพราะสุนัขเองก็คงไม่รู้ว่ามันทำผิดอะไร?.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของโรคติดต่อสู่คนอื่น ๆ อย่าง โรคไข้กระต่าย หากดูสภาพของภูมิประเทศแล้วไม่น่าจะมีในเมืองไทย กระต่ายในบ้านเราที่เลี้ยงกันอยู่นั้นเป็นอีกสายพันธุ์ เพราะเชื้อโรคนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อยู่ในสัตว์ป่า อาทิ กระต่าย สัตว์ฟันแทะ อย่างกระ รอก ที่อยู่ในป่า ส่วนใหญ่จะพบในแถบยุโรปและอเมริกา โดยพาหะ คือ สัตว์ที่ดูดเลือด เช่น เห็บ หมัด โดยผู้ที่มีโอกาสติดโรคนี้ คือ นายพราน ผู้ที่ชอบล่าสัตว์ หรือคนที่เข้าไปเที่ยวในป่า จะโดนสัตว์ดูดเลือดกัดทำให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ผู้ที่ได้รับเชื้อชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะไม่เสียชีวิต สามารถรักษาได้ อาการเหมือนกับมีไข้ เกิดบาดแผลบริเวณที่ถูกกัด ต่อมน้ำเหลืองจะบวม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น แสดงว่ามีการติดเชื้ออย่างรุนแรง เกิดอาการปอดบวม แต่เมื่อเริ่มเป็นไข้ กินยาปฏิชีวนะก็มักหายเป็นปกติ&lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ส่วน โรคหวัดแมวหรือหัดแมวนั้น ไม่ติดคน โดยมีวัคซีนป้องกันโรคในแมว บางครั้งบางบ้านเลี้ยงแมวไม่ได้พาแมวไปฉีดวัคซีน โดยที่หวัดและหัดแมวจะเป็นวัคซีนที่อยู่ในเข็มเดียวกัน ถ้ามีการฉีดวัคซีนป้องกันก็จะไม่เป็นโรค ที่มีปัญหาคือ ไม่มีการฉีดวัคซีน เมื่อตัวหนึ่งเป็นโรคนี้เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปสู่แมวตัวอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว.&lt;/span&gt; &lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;จุฑานันทน์ บุญทราหาญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา เดลินิวส์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-5425651945774739523?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/5425651945774739523/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=5425651945774739523' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5425651945774739523'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5425651945774739523'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_25.html' title='ภัยใกล้ตัว คนรักสัตว์'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3595315628998417796</id><published>2008-11-24T23:33:00.000-08:00</published><updated>2008-11-24T23:33:01.156-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การนอนกรน ภัยใกล้ตัวที่อันตรายอาจถึงตาย?'/><title type='text'>การนอนกรน ภัยใกล้ตัวที่อันตรายอาจถึงตาย?</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;&lt;strong&gt;การนอนกรนแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ภาวะนอนกรนธรรมดา &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;สาเหตุมาจากกล่องเสียงหย่อนยาน จนกระทั่งไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวก และมีเสียงดังเวลานอนหลับ ภาวะดังกล่าวจะไม่มีอาการบ่งชี้ใดๆ แต่จะมีผลกระทบต่อคนข้างเคียง เกิดความรำคาญใจ ไม่อยากอยู่ใกล้ และ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2.ภาวะนอนกรนอันตราย &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#000000;"&gt;เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนตัวระหว่างช่วงการหลับจึงไปอุดทางเดินอากาศ กล้ามเนื้อที่มีการหย่อนตัวนี้ ได้แก่ กล้ามเนื้อของเพดานอ่อน โคนลิ้น และลิ้นไก่ ซึ่งเมื่อไปอุดกั้นทางเดินอากาศจะทำให้การหายใจต้องใช้แรงเอาชนะมาก เกิดเสียงดัง และนำไปสู่การหยุดหายใจในที่สุด ในบางรายภาวะนอนกรนยังทำให้เกิดโรคต่างๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือด ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;strong&gt;ผศ.นพ.ปารยะยังให้ความรู้ถึงสถานการณ์ผู้ประสบปัญหาการนอนกรนว่า ปัจจุบันพบบ่อยขึ้น ในต่างประเทศมีรายงานว่า ร้อยละ 5-10 ของประชากรทั่วไปมีปัญหาการนอนกรน พบมากในอายุตั้งแต่ 30-35 ปี&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;โดยเพศชายสูงถึงร้อยละ 4 และเพศหญิงร้อยละ 2 สำหรับประเทศไทยแม้จะสามารถให้การวินิจฉัยผู้ป่วยได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีตัวเลขความชุกที่แน่นอน สำหรับอาการทั่วไป ในผู้ที่ประสบปัญหานอนกรนทั่วไป จะไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในผู้ที่ประสบปัญหานอนกรนอันตราย อาการทั่วไปจะง่วงมากผิดปกติในช่วงกลางวัน อ่อนเพลีย และสมรรถภาพทางเพศลดลง กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ คนที่มีน้ำหนักเกิน เนื่องจากไขมันจะสะสมมากบริเวณรอบคอทำให้หายใจลำบาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการรักษาในปัจจุบันมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละราย อาทิ หากอาการไม่มาก แพทย์จะให้ทำการปรับปรุงพฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ การลดน้ำหนักตัว รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยานอนหลับก่อนเข้านอน รวมทั้งยาที่ทำให้มีอาการง่วง พยายามนอนตะแคงหรือท่าที่ทำให้อาการลดลง งดสูบบุหรี่ หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์จะให้ใช้เครื่องช่วยสร้างแรงดันบวกในทางเดินอากาศ และหากอาการยังไม่ดีก็ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;"ในอดีตมีความเชื่อว่าคนที่ป่วยด้วยโรคใหลตายอาจมีความสัมพันธ์กับภาวะนอนกรน"&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt; ผศ.นพ.ปารยะกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับโรคใหลตาย เคยโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน เพราะเคยปรากฏว่ามีคนงานไทยในสิงคโปร์ป่วยด้วยโรคใหลตายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ความเชื่อดังกล่าวจะสัมพันธ์กับภาวะนอนกรนหรือไม่ ยังต้องรอพิสูจน์ทางการแพทย์ต่อไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3595315628998417796?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3595315628998417796/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3595315628998417796' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3595315628998417796'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3595315628998417796'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_24.html' title='การนอนกรน ภัยใกล้ตัวที่อันตรายอาจถึงตาย?'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-3993680205055658064</id><published>2008-11-23T23:27:00.000-08:00</published><updated>2008-11-23T23:27:00.211-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย'/><title type='text'>มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย</title><content type='html'>&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-ALIGN: center; mso-margin-top-alt: auto; mso-margin-bottom-alt: auto" align="center"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="FONT-FAMILY: JasmineUPC; mso-ascii-font-family: 'Angsana New'font-family:'Angsana New';font-size:20;color:#006600;"   &gt;มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style="FONT-FAMILY: 'Angsana New';font-family:JasmineUPC;font-size:20;color:#666666;"   &gt;&lt;?xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" /&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; mso-margin-top-alt: auto; mso-margin-bottom-alt: auto"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:16;color:#666666;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a name="OLE_LINK2"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a name="OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:navy;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-tab-count: 1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์เพื่อการเฝ้าระวัง การตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัย การรักษาและการติดตามการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้พัฒนาและเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้อายุขัยของประชากรยืนยาวขึ้น&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;ขณะเดียวกันอุบัติการณ์ของโรคภัยต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มตาม ในลักษณะที่สัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะคนในช่วงวัย &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;60-79&lt;span lang="TH"&gt; ปี ซึ่งเป็นเพศชาย มีแนวโน้มของการตรวจพบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในสัดส่วนที่สูง ซึ่งสถิติการรับผู้ป่วยชายสูงอายุที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากรายใหม่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช มีประมาณ &lt;/span&gt;500&lt;span lang="TH"&gt; รายต่อปี ถือเป็นโรคมะเร็งที่พบมากอันดับ &lt;/span&gt;2&lt;span lang="TH"&gt; รองจากโรคมะเร็งปอด &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;แต่หากคนทั่วไปทราบถึงสาเหตุ และหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงการเกิดโรค ขณะที่ผู้ป่วยสามารถรับรู้ว่ามีอาการของโรคนี้ตั้งแต่ยังอยู่ในระยะแรกๆ โอกาสรักษาให้หายขาดก็เป็นไปได้มาก จึงควรรู้เท่าทันของโรคดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;ต่อมลูกหมาก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt; เป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชายต่อลงมาจากกระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น มีหน้าที่สำคัญในการผลิตน้ำเมือกและน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ เป็นส่วนหนึ่งของน้ำกามที่หลั่งออกมาตามปกติ แต่หากสภาพเซลล์ภายในของต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวมากขึ้นอย่างผิดปกติ เป็นสัญญาณว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมากกำลังก่อตัวขึ้นโดยที่เราไม่อาจรับรู้ได้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;แม้จะยังไม่มีใครทราบว่าสาเหตุแท้จริงของโรคเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับอายุ และภาวะความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนเพศชายในเลือดเมื่ออายุมากขึ้น โดยฮอร์โมนเพศชายมักจะมีระดับลดลงในชายสูงอายุ อีกทั้งการศึกษาพบว่า อาหารที่มีไขมันสูงอาจมีส่วนก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ รวมถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรมอีกด้วย &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดมะเร็งได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เราสามารถระวังติดตามคอยตรวจอย่างสม่ำเสมอได้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;ผศ.น.พ.สิทธิพร ศรีนวลนัด ภาควิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เผยว่า วิธีการตรวจต่อมลูกหมาก ประกอบด้วยการตรวจทางทวารหนัก โดยแพทย์ใช้นิ้วสอดเข้าไปทางรูทวารหนักเพื่อตรวจคลำขนาดรูปร่างและความยืดหยุ่น ความแข็งของต่อมลูกหมาก&lt;span style="mso-spacerun: yes"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;อีกวิธีการที่มักใช้ร่วมกันคือ การเจาะเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด นำมาวัดค่า ที่เรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;PSA (Prostate-specific antigen) &lt;span lang="TH"&gt;ถ้าระดับ &lt;/span&gt;PSA &lt;span lang="TH"&gt;ในเลือดมีค่ายิ่งสูง จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ยังมีการตรวจอัลตราซาวนด์ของต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก โดยการใช้เครื่องมือสอดเข้าทางทวารหนัก และการตรวจชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก ที่แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยรูปแบบการตรวจ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#ff6600;"&gt;สำหรับผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#ff6600;"&gt;50&lt;span lang="TH"&gt; ปีขึ้นไป แม้จะไม่มีอาการผิดปกติของทางเดินปัสสาวะ ก็ควรไปรับการตรวจต่อมลูกหมากจากแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะอย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้ อุบัติการณ์ของโรคจะพบมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพบในชายไทยมีอายุตั้งแต่ &lt;/span&gt;40&lt;span lang="TH"&gt; ปีขึ้นไป&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;อาการของโรคแบ่งออกเป็น &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;4&lt;span lang="TH"&gt; ระยะ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;เริ่มแรก&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt; มะเร็งมีขนาดเล็กอยู่ในต่อมลูกหมาก มักไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ การตรวจทางทวารหนักมักไม่ค่อยพบ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;ระยะที่ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;2&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt; มะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้นแต่ยังอยู่ในต่อมลูกหมาก มีการกดเบียดท่อปัสสาวะส่วนต้น ทำให้เกิดการอุดตันของท่อทางเดินปัสสาวะ ระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ สามารถคลำพบโดยการตรวจทางทวารหนัก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;ระยะที่ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;3&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt; มะเร็งขยายตัว จนอุดกั้นท่อปัสสาวะและกระจายออกนอกต่อม อาการปัสสาวะลำบากมากขึ้น ต้องเบ่ง ปัสสาวะไม่ออก อาจมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและอาจมีปัสสาวะเป็นเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บปวดเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิ คลำพบโดยตรวจทางทวารหนัก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;ระยะที่ &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:red;"&gt;4&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt; โดยในช่วง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;2-3&lt;span lang="TH"&gt; ปีหลังจากผ่านระยะต่างๆเข้าสู่ที่เรียกว่า "โรคมะเร็งต่อมลูกหมากเข้ากระดูก" มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง กระทั่งเข้าสู่กระดูกและอวัยวะใกล้เคียง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดกระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อสะโพก กระดูกซี่โครง หัวไหล่ ขั้นนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด แขน ขา บวม และบางรายอาจจะเดินไม่ได้ เป็นอัมพาตเนื่องจากมีกระดูกสันหลังหักไปกดทับไขสันหลัง ได้รับความเจ็บปวดทรมานมาก &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรก ที่มะเร็งยังไม่แพร่กระจายออกไปนอกต่อมลูกหมาก สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในหลายวิธีการ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก โดยผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง หรือใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งมีข้อดีคือ เจ็บแผลน้อย เนื่องจากเป็นแผลเจาะรู เสียเลือดน้อย ฟื้นตัวไว การตัดเลาะต่อมลูกหมากทำได้โดยละเอียดแม่นยำ เนื่องจากภาพที่ขยายจากการส่องกล้อง เสียค่าใช้จ่ายประมาณ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;20,000&lt;span lang="TH"&gt; บาท แต่ข้อเสียของการผ่าตัดคือ หลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีอาการการควบคุมปัสสาวะสูญเสียไปชั่วคราวหรือภาวะสูญเสียความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;การฉายรังสี เข้าไปยังตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง หรือใช้การฝังแร่เข้าไปที่บริเวณต่อมลูกหมาก วิธีนี้มีโอกาสสูญเสียความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศน้อยกว่าการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก แต่อาจทำให้เกิดอาการอุจจาระบ่อย มีการระคายเคืองที่ทวารหนักและปัสสาวะลำบาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;ส่วนระยะแพร่กระจายออกนอกต่อมลูกหมากแล้วโดยที่ยังไม่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่ไกลออกไป การรักษาระยะนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการรักษามากกว่า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;1&lt;span lang="TH"&gt; อย่าง เช่น การผ่าตัด การฉายแสง หรือการให้ยา ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#ff6600;"&gt;ขณะที่การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง กระดูก อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย การรักษาที่นิยมคือการตัดลูกอัณฑะออกทั้งสองข้าง บางรายอาจให้ยาต้านแอนโดรเจนทุก &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#ff6600;"&gt;1-3&lt;span lang="TH"&gt; เดือนร่วมด้วย ซึ่งยาเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ รวมถึงการให้ยาช่วยลดการทำลายของกระดูก ลดภาวะการเกิดกระดูกหัก การทำเคมีบำบัดหรือเคโมร่วม&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#ff6600;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;อย่างไรก็ตาม การรักษาในขั้นนี้ไม่ช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเข้ากระดูก เป็นเพียงแต่บรรเทาอาการปวดกระดูก และประทังชีวิตผู้ป่วยให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ บางรายมีชีวิตอยู่ถึง &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;5&lt;span lang="TH"&gt; ปี ก่อนเสียชีวิต ขึ้นกับโรคและสุขภาพผู้ป่วย &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;"&lt;span lang="TH"&gt;หากอาการมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปกระดูกถึงร้อยละ &lt;/span&gt;80-90&lt;span lang="TH"&gt; แล้ว ในระยะที่เรียกว่า &lt;/span&gt;3-4&lt;span lang="TH"&gt; ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก" ผศ.น.พ.สิทธิพร กล่าว &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;การดูแลป้องกันตัวจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากนั้น ยังไม่มีวิธีการใดที่พิสูจน์ได้ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:green;"&gt;100&lt;span lang="TH"&gt; เปอร์เซ็นต์ในการหลีกหนีจากโรคภัยดังกล่าว แต่ในหลักการคือพยายามใช้ชีวิตโดยไม่เครียด เชื่อว่าความเครียดอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะจากเนื้อสัตว์ต้องระวังเป็นพิเศษ และในครอบครัวที่พบว่าญาติพี่น้องมีอาการของโรค ในระยะยาวควรมาพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจต่อมลูกหมากอย่างสม่ำเสมอ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;font-size:100%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; TEXT-INDENT: 36pt"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"    style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;ข้อมูลน่าสนใจจากผู้ทำการศึกษาถึงสาเหตุที่มาของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในต่างประเทศ ที่ตั้งข้อสงสัยว่า การเกิดโรคนี้อาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในระยะยาว ซึ่งพบว่าโรคนี้ไม่เกิดกับชายอายุน้อย แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์เรื่องนี้ออกมา เป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจมีความสัมพันธ์หรือไม่ก็ได้&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK2"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="mso-bookmark: OLE_LINK1"&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; mso-margin-top-alt: auto; mso-margin-bottom-alt: auto"&gt;&lt;span style="font-family:'Angsana New';font-size:18;color:#666666;"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยตรวจโรคศัลยศาสตร์ โรงพยาบาล รวมแพทย์ทุ่งสง โทร. &lt;/span&gt;0-7541-1330 &lt;span lang="TH"&gt;และ &lt;/span&gt;0-7541-9021&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;o:p&gt;ทีมา : ruamphat-ts.com&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-3993680205055658064?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/3993680205055658064/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=3993680205055658064' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3993680205055658064'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/3993680205055658064'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_23.html' title='มะเร็งต่อมลูกหมาก ภัยใกล้ตัวของคุณผู้ชาย'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-4550738780575361294</id><published>2008-11-22T23:25:00.000-08:00</published><updated>2008-11-22T23:25:00.749-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เตือนภัยใกล้ตัว คนอยู่หอ'/><title type='text'>เตือนภัยใกล้ตัว คนอยู่หอ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;มีเหตุผลหลายประการสำหรับการตัดสินใจเช่าห้องพักตามหอพัก หรืออพาร์ทเม้นต์ ทั้งความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน-เรียน ราคาถูกกว่าเช่าบ้าน ทำความสะอาดง่าย หรือบางคนอาจจะมีเงื่อนไขในการตัดสินใจเลือกเพิ่มขึ้นอีก อย่างเรื่องความปลอดภัย ที่บางคนมองข้าม อาจจะเพราะความจำเป็น หรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าเช่าที่แพงขึ้นไม่มาก อาจแลกมาซึ่งความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ช่วยลดความเสี่ยง ป้องกันภัยร้าย เช่น การแลกบัตรเข้า-ออก กุญแจการ์ดที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ถือบัตรเข้าอาคารได้ กล้องวงจรปิดที่บันทึกทุกความเคลื่อนไหว สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่ถ้าขาดการรักษาความปลอดภัยที่ควรจะมี บางทีเหตุร้ายอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อย่างในกรณีของนักศึกษาสาวคนหนึ่ง เช่าห้องพักที่หอซึ่งเธอยอมรับว่าขาดการรักษาความปลอดภัย แต่เธอก็เต็มใจเลือกเนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นหลักหลายร้อย &lt;/strong&gt;วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังจะเดินทางไปเรียน เธอแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาอย่างเรียบร้อย ลงลิฟท์ (ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด)มาชั้นล่างเพียงคนเดียว ก่อนถึงชั้นล่าง ลิฟท์หยุดรับที่ชั้น 3 เมื่อประตูเปิดมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาใช้มีดจี้ที่เอว บังคับห้ามไม่ให้เธอส่งเสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อลิฟท์ลงมาถึงชั้นล่าง ไม่มีใครยืนรอใช้ลิฟท์ เขาจึงสั่งให้เธอกดลิฟท์ขึ้นไปชั้นบนสุด ขณะที่อยู่ในลิฟท์ เขาทำร้ายร่างกาย กระฉากกระเป๋าถือที่ในนั้นมีเงินสดจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ พร้อมกับลวนลามด้วยการจับหน้าอก เมื่อลิฟท์ขึ้นถึงชั้นบนสุด เขาฉุดกระฉากเธออกไปด้านนอก หวังจะพาเธอออกไปที่ดาดฟ้าเพื่อข่มขืน แต่โชคดีที่ประตูดาดฟ้าถูกล็อก เธอจึงถูกปล่อยตัวลงมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น เธอรีบลงมาชั้นล่าง แจ้งกับเจ้าหน้าที่หอพักให้แจ้งตำรวจ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะเป็นอีกกรณีที่เคยเป็นข่าว... คนร้ายตะเวนตามหอพัก โดยการเลือกห้องที่ไม่ได้ล็อกประตู แล้วเปิดเข้าไปขโมยของ หรือพยายามข่มขืนผู้หญิงที่อยู่ในห้อง ซึ่งตำรวจสามารถรวบตัวไว้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แม้กรณีที่กล่าวถึง คนร้ายจะถูกจับกุม และดำเนินคดี แต่เชื่อว่ายังมีคนร้ายอีกหลายรายที่ก่อเหตุแล้วยังลอยนวล ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องพักอาศัยอยู่ตามหอพัก ควรเพิ่มความระมัดระวัง เช่น &lt;/strong&gt;ล็อกประตู-หน้าต่างห้องให้แน่นหนา ไม่เปิดประตูรับคนแปลกหน้า โดยอาจเจาะช่องมองหรือตาแมวที่ประตู และหากหอพักค่อนข้างเปลี่ยวก็ไม่ควรเดินไปไหนมาไหนคนเพียงลำพัง ควรฝึกหรือศึกษาเทคนิคการต่อสู้ป้องกันตัวเอาไว้บ้าง.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลโดย เดลินิวส์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-4550738780575361294?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/4550738780575361294/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=4550738780575361294' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4550738780575361294'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4550738780575361294'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_22.html' title='เตือนภัยใกล้ตัว คนอยู่หอ'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-7740286382906229750</id><published>2008-11-21T23:22:00.000-08:00</published><updated>2008-11-21T23:22:00.169-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='น้ำหอมปรับอากาศ สารซักล้าง... ภัยใกล้ตัว'/><title type='text'>น้ำหอมปรับอากาศ สารซักล้าง... ภัยใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;หลายคนอาจจะเคยชินกับการใช้น้ำหอมปรับอากาศเพื่อไล่กลิ่นอับๆในห้องนอนหรือรถยนต์ แล้วเราก็เชื่อว่าหลายๆคนก็คงชอบใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผงซักฟอกเยอะๆ เพราะชอบ กลิ่นหอมๆหลังซักผ้าเสร็จ เรามาดูกันดีกว่าว่าศาสตราจารย์ชาวอเมริกันเขาเจออะไรในกลิ่นหอมๆพวกนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากรายงานการศึกษาสารซักล้างและน้ำหอมปรับอากาศยี่ห้อดังของสหรัฐอเมริกา 6 ยี่ห้อโดยมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปล่อยสารระเหยออกมาหลายสิบชนิด และ ในผลิตภัณฑ์ 6 ยี่ห้อที่ศึกษา นั้นจะมีสารอันตรายตามกฎหมายสหรัฐฯอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยที่ชื่อสารเหล่านั้นไม่มีปรากฏอยู่บนฉลากของผลิตภัณฑ์เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"งานวิจัยชิ้นนี้เริ่มต้นมากจากการได้ยินคนหลายๆคนบ่นว่าน้ำหอมปรับอากาศที่ใช้ในห้อง น้ำสาธารณะหรือน้ำหอมในสารซักล้างทั้งหลายทำให้พวกเขารู้สึกปวดหัว คลื่นไส้" Anne Steinemann ศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาสิ่งแวดล้อมและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน "ฉันจึงถามตัวเองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มันมีอะไรอยู่นะ ทำไมมันถึงทำให้คนรู้สึกป่วยได้" นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มค้นหาสารเคมีเหล่านี้ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"ฉันตกใจมากเมื่อพบทั้งปริมาณและความรุนแรงของสารเคมีซึ่งเป็นอันตรายเหล่านี้ในของใกล้ตัวพวกนี้" ศาสตราจารย์ Steinemann กล่าว สารเคมีที่กล่าวถึงนี้ได้แก่ อะซีโทน ซึ่งพบได้ทั่วไปในทินเนอร์และน้ำยาล้างเล็บ ลิโมนนีน โมเลกุลซึ่งให้กลิ่นส้ม อะซิทิลดีไฮนด์  คลอโรมีเทน และ 1,4 ไดออกเซน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;"มีสารอินทรีย์ที่ระเหยได้กว่าหนึ่งร้อยชนิดจากผลิตภัณฑ์ 6 ประเภทที่เลือกมา 5 จาก 6 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสารระเหยที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ตามมาตรฐานของ Environmental Protection Agency หรือ กรมควบคุมมลพิษ ของสหรัฐแล้ว สารเหล่านี้ไม่ควรจะมีอยู่ในอากาศเลยด้วยซ้ำ" ศาสตราจารย์ Steinmann กล่าว &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ทางอินเตอร์เน็ตในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ในวารสารวิชาการ Environmental Impact Assessment Review โดยมิได้เอ่ยชื่อยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ที่เธอศึกษา เธอยังได้ขยายขอบเขตการศึกษาให้่กว้างขึ้น และส่งงานวิจัย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำหอมปรับอากาศ สารซักล้างและ ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล หลากหลายยี่ห้ออีกรวม 25 ชนิด ซึ่งได้ค้นพบสารเคมีอันตรายเช่นเดียวกัน เพื่อรอการตีพิมพ์  &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เพราะตามกฎหมายแล้ว ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องเปิดเผยส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ Steinemann จึงต้องวิเคราะห์องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นด้วยตนเอง เธอเลือกศึกษาน้ำหอมปรับอากาศ 3 ชนิด (แบบก้อน แบบกระป๋องสเปรย์และแบบน้ำมันหอมระเหยที่ต้องเสียบปลั๊ก) สารซักล้าง 3 ประเภท (น้ำยาปรับผ้านุ่มแบบแผ่น น้ำยาปรับผ้านุ่มแบบน้ำและผงซักฟอก) โดยเลือกเอายี่ห้อที่ขายดีีที่สุดในแต่ละประเภท โดยซื้อผลิืตภัณฑ์เหล่านี้จากร้านค้าทั่วไปและขอตัวอย่างสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมจากโรงงาน ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกเก็บแยกกันในห้องแล็ปที่อุณหภูมิปกติ หลังจากนั้นเธอก็เก็บตัวอย่างอากาศโดยรอบมาตรวจสอบหาสารระเหยอินทรีย์ ซึ่งออกมาจากผิวหน้าของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากผลการทดลองพบว่า มีสารระเหยอินทรีย์ 58 ชนิดที่มีค่าความเข้มข้นในบรรยากาศเกิน 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีสารหลายชนิดที่พบในผลิตภัณฑ์มากกว่าหนึ่งประเภท ยกตัวอย่างเช่น น้ำหอมปรับอากาศแบบน้ำมันหอมระเหยที่ต้องเสียบปลั๊ก มีสารระเหยอินทรีย์มากกว่า 20 ชนิด และ  7 จาก 20 ชนิดนี้ตามกฎหมายแล้วถือเป็นสารอันตรายหรือเป็นพิษ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ รายชื่อสารเหล่านี้ไม่มีอยู่บนฉลากของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลในเอกสารการใช้งานของสารเคมีเหล่านี้ในโรงงานก็บอกเพียงว่าสารนี้เป็น "น้ำมันหอมระเหยหลายชนิด" &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ถึงแม้ว่างานวิจัยชิ้นนี้จะไม่ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพของผู้บริโภคกับการได้รับสารเคมีที่กล่าวมาข้่างต้น แต่งานสำรวจข้อคิดเห็นสองชิ้น ของศาสตราจารย์ Steinemann และผู้ช่วยของเธอในปี 2004 และ 2005 ก็แสดงให้เห็นว่า 20% ของประชากรได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากการใช้น้ำหอมปรับอากาศ และ 10% ของประชากรคิดเช่นเดียวกันกับสารซักล้าง นอกจากนี้ ผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืดก็มักจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหล่านี้มากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เนื่องจาก กฎหมายมิได้บังคับให้ ผู้ผลิตพิมพ์รายชื่อของสารเคมีที่ใช้ในสารซัีกล้างและน้ำหอมปรับอากาศ น้ำหอมทั้งหลาย รวมทั้งที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล สารทำความสะอาด จึงไม่มีการพิมพ์องค์ประกอบของน้ำหอมเหล่านี้บนฉลากของผลิตภัณฑ์ น้ำหอมยังอันตรายกว่าองค์ประกอบอื่นๆเพราะบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการใช้ของผู้อื่นได้ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ดังนั้น ถ้าเลือกได้ เราควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมปรับอากาศ แล้วมาเปิดห้องให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น  แล้วก็เลือกใช้สารซักล้างที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอมดีกว่า เพราะเราเองก็บอกไม่ได้ว่ามีอะไรอยู่ในน้ำหอมเหล่านั้นบ้าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อ้างอิง:&lt;br /&gt;University of Washington (2008, July 24). Toxic Chemicals Found In Common Scented Laundry Products, Air Fresheners. &lt;em&gt;ScienceDaily &lt;/em&gt;. Retrieved July 26, 2008, from file:///D:/Users/300007717/My%20Documents/Vcharkarn/Toxic%20Chemicals%20Found%20In%20Common%20Scented%20Laundry%20Products,%20Air%20Fresheners.htm &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-7740286382906229750?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/7740286382906229750/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=7740286382906229750' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7740286382906229750'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7740286382906229750'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_21.html' title='น้ำหอมปรับอากาศ สารซักล้าง... ภัยใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-1522814522146013762</id><published>2008-11-20T23:21:00.000-08:00</published><updated>2008-11-20T23:21:00.536-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยจากการใช้เอทีเอ็ม'/><title type='text'>ภัยจากการใช้เอทีเอ็ม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ภัยจากการใช้เอทีเอ็มกำลังเพิ่มมากขึ้นด้วยวิธีการที่แยบยลยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อป้องกันภัย เมื่อท่านใช้บริการเครื่องเอทีเอ็ม ท่านควรระวังภัยดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ไม่ควรรับความช่วยเหลือใดๆ จากบุคคลแปลกหน้า เนื่องจากอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพร่วมกันทำโจรกรรม โปรดระวังหากมีบุคคลแปลกหน้าเสนอให้ความช่วยเหลือแก่ท่าน เพื่อหันเหความสนใจของท่านไปจากเครื่องเอทีเอ็มโดยที่ท่านไม่ทันระวังตัวอาจมีอีกคนหนึ่งฉกชิงบัตรเอทีเอ็มไปจากท่านได้ &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;โปรดยืนใกล้กับเครื่องเอทีเอ็มและใช้ลำตัวและมือบังเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองเห็นขณะที่ท่านกำลังใส่รหัสเอทีเอ็ม &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อย่าเปิดเผยรหัสเอทีเอ็มของท่านให้บุคคลอื่นทราบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา : ธนาคารกรุงเทพ&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-1522814522146013762?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/1522814522146013762/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=1522814522146013762' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1522814522146013762'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/1522814522146013762'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_20.html' title='ภัยจากการใช้เอทีเอ็ม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-5399235460579614018</id><published>2008-11-19T23:19:00.000-08:00</published><updated>2008-11-19T23:19:01.045-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยไอเสียรถยนต์'/><title type='text'>ภัยไอเสียรถยนต์</title><content type='html'>&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;คงไม่ต้องบอกว่า รถยนต์มีความสำคัญต่อชีวิต ประจำวันในสมัยนี้มากมาย สถานใด ใครที่เคยหงุดหงิด มีรถใช้แล้วเกิดเหตุจำเป็น ต้องนำรถเข้าอู่ซ่อมทำให้ไม่ มีรถใช้งานไประยะหนึ่งจะ พบว่ามีความรู้สึกติดขัด หงุดหงิดไม่คล่องตัวอย่างที่ &lt;/span&gt;&lt;/dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เคย ครั้นจะใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งปกติเคยเห็นชุกชุมเหมือนฝูงแมลงวันพอเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นมาทีไรกลับมองหา ไม่เจอซักคัน &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;dd&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ถึงแม้รถยนต์จะใช้ประโยชน์ได้มากก็จริง แต่ตัวมันมีโทษอยู่ไม่น้อยเช่นกัน อย่างที่เค้ากำลังรถณรงค์กันอย่างเข้มข้นก็เป็นเรื่องของมลพิษที่ปล่อยออกมา ทำให้เกิดปัญหาเดือดร้อนไปทั่วโลก จนกระทั่งต้องมีการออกกฎหมายต่างๆ เอามาบังคับกัน &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พวกเครื่องยนต์เหล่านี้จะมีการปล่อยไอเสียออกมา และในไอเสียเหล่านั้น จะมีมลพิษปะปนออกมาเยอะเลย เจ้าสารมลพิษในไอเสียรถยนต์เครื่องเบนซินที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ &lt;b&gt;THC &lt;/b&gt;(Total Hydrocarbon), &lt;b&gt;No &lt;/b&gt;(Oxides of nitrogen), &lt;b&gt;CO2 &lt;/b&gt;(Carbon monoxide) เท่าที่พอจำได้รู้สึกว่าบ้านเราจะกำหนดมาตรฐานของปริมาณ THC และ Nox รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 0-97 g/Km และมาตรฐานของปริมาณ CO2 ในไอเสียต้องไม่เกิน 2.72 g/Km ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในยุโรปสำหรับในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ได้กำหนดมาตรฐานของสารมลพิษต่างๆ เหล่านี้ขึ้นเอง นอกเหนือจากมลพิษต่างๆ ที่ว่ามาแล้ว ยังมีสารพิษที่สำคัญและควรรู้จักอีกหลายชนิด อย่างเช่น Benzene, 1,3-Butadiene, Formaldehyde และ Acetaldehyde เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อันตรายจากสารมลพิษต่างๆ เหล่านี้ อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคืออันตรายหรือผลกระทบ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งเมื่อพิจารณาในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พบว่า Formaldehyde, Acetaldehyde, 1,3-Butadiene และ NOx สามารถเกิดปฏิกิริยากับโอโซนในชั้นบรรยากาศ แล้วเกิดปฏิกิริยา photochemical เกิดเป็นหมอกพิษ (photochemical smog) ปกคลุมในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะทำให้เกิดระคายเคืองต่อเยื่อบุนัยน์ตา และทางเดินหายใจ นอกจากนี้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 ) และไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbon) บางตัวในไอเสียสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือ Green house effect ทำให้เกิดการสะสมของความร้อนบริเวณผิวโลกมากขึ้น และเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตก็คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO2 ) ที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ สามารถทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและอาเจียน หรืออาจทำให้หมดสติและถึงกับเสียชีวิตได้ถ้ามีปริมาณมากอย่างที่เคยเป็นข่าวออกมาจอดรถติดเครื่อง เปิดแอร์นอนในรถแล้วเสียชีวิตนอกจากนี้ สารเบนซินที่เกิดขึ้นจะทำหน้าที่เป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogen) ในสิ่งมีชีวิตได้ &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;พูดถึงเรื่องมลภาวะนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ทางบ้านเรามีการลดมลภาวะโดยการกำหนดปริมาณ สารพิษในไอเสีย โดยทางบริษัทรถยนต์ก็ขานรับและปรับปรุงเครื่องยนต์ให้สร้างมลภาวะน้อยลงอย่างเช่น ใช้ระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแทนคาร์บูเรเตอร์ มีการติดตั้ง&lt;b&gt; catalytic converter &lt;/b&gt;หรือ&lt;b&gt; EGR &lt;/b&gt;(Exhaust Gas Recirculation) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ THC หรือ NOx ลงได้นอกจากนี้ทางบริษัทน้ำมันเองก็ต้องมีการปรับปรุง คุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเน้นตัวแปรที่มีผลต่อปริมาณสารพิษในไอเสีย เช่นลดปริมาณ สารอะโรมาติกส์และเบนซีน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปริมาณสารมลพิษแล้ว ยังเป็นผลดีต่อ Catalytic converter อีกด้วย &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;เห็นกันได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าไอเสียรถยนต์นั้นก่อเรื่องได้มากมายขนาดไหน แต่คนใช้รถบ้านเรามักไม่ใส่ใจกันเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะว่ามันมองไม่เห็น และไม่แสดงผลที่แน่ชัด รวดเร็ว หรือเห็นผลกันอย่างทันทีทันใด นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง เครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงขึ้น เพื่อสนองตัณหาตนเองโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เช่นมีการถอดเอาตัวกรองไอเสีย catalytic converter ออกเพราะเห็นว่ามันไปขวางทางเดินไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังน้อยลง และสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น หรือเมื่อ catalytic converter เสียหายเสื่อมสภาพเกิดการอุดตันขึ้นมา ก็ไม่ยอมเปลี่ยนใหม่ เพราะเห็นว่า มีราคาแพง ใช้วิธีถอดทิ้งแล้วต่อท่อไอเสียตรงแทนแบบนี้มันเป็นการเอาเปรียบสังคมเกินไปหน่อย &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ตอนนี้บ้านเรามีมาตรการที่ดีมากอยู่อย่างหนึ่ง คือห้ามติดเครื่องขณะจอดรถ (รอ) อยู่กับที่ แต่ก็ไม่วายเห็นมีคนฝ่าฝืนอยู่เนืองๆ ทั้งๆ ที่การจอดรถติดเครื่องทิ้งค้างเอาไว้ในรอบเดินเบานี้ มันเป็นตัวสร้างมลภาวะอย่างรุนแรง ซึ่งก่อนอื่นเรามาคุยกันถึงเรื่องอัตราผสมของเชื้อเพลิงกับอาการกัน แล้วจะรู้ว่าการจอดรถติดเครื่องเอาไว้นี้มันย่ำแย่ขนาดไหน &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ออกซิเจนอันเป็นส่วนประกอบของส่วนผสมเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์นั้นเราได้มาจากอากาศ ที่ใช้หายใจอยู่ทุกวันนี่เอง ซึ่งในอากาศจะมีออกซิเจนร้อยละ 23.2 โดยมวลนอกนั้นเป็นแกสไนโตรเจน ร้อยละ 76.8 ถึงแม้ตัวออกซิเจนจะเป็นตัวสำคัญสำหรับการทำปฏิกิริยารวมตัวกับเชื้อเพลิงช่วยในการจุดระเบิด ส่วนตัวไนโตรเจนนั้นไม่ทำปฏิกิริยาอันใดแต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวไนโตรเจนก็มีความจำเป็นมากสำหรับ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบเครื่องยนต์ เพราะคุณสมบัติที่สำคัญของไนโตรเจนคือ ช่วยลดและควบคุมความเร็วของการเผาไหม้ ป้องกันไม่ให้เกิดการเผาไหม้ที่รุนแรงและช่วยความดัน ภายในกระบอกสูบสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเกิดเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ ลำพังออกซิเจนอย่างเดียว ไม่มีไนโตรเจนมาควบคุมลูกสูบอาจจะร้อนจัดจนละลายไหลออกมาเลยก็ได้แบบเดียวกับที่ช่างเชื่อม เค้าใช้ออกซิเจนในการเชื่อมหรือตัดเหล็กนั่นเอง &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;i&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;อัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงโดยมวล เรียกว่าอัตราส่วนผสมเชื้อเพลิงนี้ จะมีอัตราส่วนผสมระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงต่างๆ กัน ตามลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ ตัวอย่างเช่น &lt;/span&gt;&lt;/i&gt;&lt;p&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การสตาร์ติดเครื่องยนต์จะใช้อัตราส่วนผสมที่หนามาก คือประมาณ 4:1 คือ น้ำมันเชื้อเพลิง 1 ส่วนกับอากาศ 4 ส่วน &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จังหวะรอบเดินเบา ใช้อัตราส่วนผสมหนาประมาณ 8:1 ถึง 10:1 เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถคงตัวและมีรอบเครื่องสม่ำเสมอ ในระดับประมาณ 650-1,000 รอบต่อนาทีได้ &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;สำหรับเครื่องยนต์ในช่วงรอบเครื่องทำงานปกติ ประมาณ 1,200-3,000 รอบต่อนาที คือระหว่าง 20-50 เปอร์เซ็นต์ ของความเร็วรอบเครื่องสูงสุด ช่วงนี้จะใช้อัตราส่วนผสมค่อนข้างบางคือ ระหว่าง 15:1 ถึง 16.5:1 เป็นการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพียงแค่ 1 ส่วนต่ออากาศ 15 ถึง 16.5 ส่วน ซึ่งอยู่ในช่วงที่รถแล่นด้วยความเร็วประมาณ 60-100 กม/ชม. อันเป็นความเร็วสำหรับขับใช้งานตามปกติ และด้วยอัตราส่วนผสมที่ค่อนข้างบางนี้ จะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมีความประหยัดสูง รวมทั้งการปล่อยมลภาวะของไอเสียก็มีน้อยด้วย &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ถ้ายังไม่พอใจในการขับขี่ด้วยรอบเครื่องขนาดนี้ แล้วกดคันเร่งเพิ่มรอบเครื่องขึ้นไปอีก คราวนี้จะใช้อัตราส่วนผสมที่หนาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 13:1 ทั้งนี้เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงาน ด้วยรอบเครื่องสูง โดยไม่เกิดอาการสะดุดหรือขาดตอน และอาศัยน้ำมันมาช่วยลดอุณหภูมิห้องเผาไหม้ ไม่ให้สูงจนเป็นอันตรายต่อวาล์วไอเสีย &lt;/span&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ในการเร่งความเร็วเพื่อแซงจะมีการฉีดจ่ายน้ำมันเพิ่ม เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถเร่งความเร็ว สู่รอบเครื่องสูงสุดได้โดยทันที ซึ่งจะใช้อัตราส่วนผสมประมาณ 12:1 ขณะกดคันเร่งเพื่อการแซง&lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;จากอัตราส่วนผสมของอากาศกับเชื้อเพลิง ในลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ช่วงต่างๆ จะพบว่าในช่วงรอบเดินเบานั้น จะมีอัตราส่วนผสมที่หนามาก ตามปกติแล้วหากอัตราส่วนผสมเชื้อเพลิง หนามากกว่า 13:1 ออกซิเจนจะน้อยเกินไปสำหรับการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ จึงมีคาร์บอนเหลือในลักษณะของเขม่า และคราบแข็งจับหัวลูกสูบตลอดจนผิวภายในของห้องเผาไหม้และในช่วงรอบเดินเบานี้ ไนโตรเจน 82 เปอร์เซ็นต์ คาร์บอนไดออกไซด์ 6 เปอร์เซ็นต์ และคาร์บอนมอนนอกไซด์ถึง 13 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลต่อภาวะสิ่งแวดล้อมมาก &lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;dd&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เราจึงไม่สามารถติดเครื่องยนต์ทิ้งเอาไว้หรือแม้กระทั่งการติดเครื่องยนต์ในตอนเช้า เพื่ออุ่นเครื่อง ซึ่งทางบริษัทรถยนต์ได้มีการออกแบบวาล์วน้ำเพื่อให้ปิดกั้นการไหลของน้ำในขณะเครื่องเย็น ตัวเครื่องยนต์จะได้ร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว เป็นการลดช่วงเกิดมลภาวะสูงให้น้อยลง พวกก็ยังอุตส่าห์ไปแกะเอาวาล์วน้ำออกอีกต่างหาก แบบนี้ช่วงที่เครื่องยนต์ปล่อยมลภาวะมากก็นานขึ้นกว่าปกติ และบางครั้งก็ยังเป็นการทำร้ายตนเองหรือเหล่าสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะพวกที่จอดรถในสถานที่อับทึบเช่น พวกตึกแถวหรือบ้านแบบทาวน์เฮาส์ ที่มีส่วนจอดรถในซอกหรือใต้ตัวบ้าน ไอเสียก็จะหมุนวน และตกค้างอยู่ในบริเวณนั้น ก่อให้เกิดมลพิษอบอวลไปทั่ว ดังนั้นถ้าเป็นไปได้การจอดรถในสถานที่แบบนี้ ควรจอดโดยการหันหน้ารถเข้าสู่ตัวบ้านเพื่อให้หันท้ายรถหรือท่อไอเสียออกไปนอกบริเวณ จะสามารถบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไอเสียลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามมันยังสร้างมลภาวะ ให้แก่สิ่งแวดล้อมภายนอกอยู่ดี จึงควรตรวจเช็กปรับจูนเครื่องยนต์ให้มีการเผาไหม้สมบูรณ์ไม่ควรถอด catalytic converter และวาล์วน้ำออก ตรวจเช็กการทำงานของตัว EGR ระบบการนำไอเสียที่ออกจากเครื่องยนต์ ส่งกลับไปเผาไหม้ซ้ำเพื่อลดปริมาณไหโตรเจนออกไซด์ และที่สำคัญคือ ไม่จอดรถติดเครื่องทิ้งไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ&lt;/span&gt;&lt;/dd&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-5399235460579614018?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/5399235460579614018/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=5399235460579614018' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5399235460579614018'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/5399235460579614018'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_19.html' title='ภัยไอเสียรถยนต์'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-4286834375571620121</id><published>2008-11-18T23:16:00.000-08:00</published><updated>2008-11-18T23:16:01.077-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยใกล้ตัว นักศึกษาสาวกับหอพักรวม'/><title type='text'>โรคไต****ภัยใกล้ตัว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;เตือนภัยทุกคนในครอบครัวป้องกันก่อนโรคไตมาเยือน อย่าซื้อยากินเองเป็นแรมปีหรือพึ่งยาชุด สมุนไพร ลูกกลอน ยารักษากระเพาะอาหาร, กระดูก ผู้หญิงทั้งหลายที่ชอบกั้นปัสสาวะนาน ๆ ระวังไตอักเสบถึงไตวาย โดยเฉพาะชอบอาหารรสจัด, หนักโปรตีน หรือหักโหมลดความอ้วน ด้วยการออกกำลังกาย กลางแดดจัด มีสิทธิไตวายเฉียบพลัน ถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนแต่งงานควรตรวจสุขภาพ หากพบอาการไตวาย ห้ามท้องเด็ดขาด ผู้ป่วยโรคไตพกเงินเดือนละ 1-4 หมื่นบาท รักษาตลอดชีวิต, แนะนำป้องกันแต่เนิ่น ๆ ด้วยการทำบัตรประกันสุขภาพ เพื่อรองรับยามป่วยเจ็บ เป็นเครดิต สำหรับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;      รศ.พันเอกหญิงพรรณบุปผา ชูวิเชียร หัวหน้าหน่วยไต โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าฯ กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทสไทย ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทประกันชีวิตศรีอยุธยาซีเอ็มจี (มหาชน) จำกัด เตือนทุกครอบครัวเอาใจใส่สุขภาพ ให้ปลอดจากโรคไต โดยเฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด คือชอบสูบบุหรี่, ดื่มเหล้าจัด, ชอบซื้อยากินเอง, ใช้ยาชุดต่าง ๆ , ยาจีน, ยาสมุนไพร, ยาลูกกลอน, ยาดองเหล้า รวมทั้งยาที่มีสรรพคุณรักษาโรคได้สารพัดนึก ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รวมทั้งยารักษาโรคกระดูก, โรคกระเพาะอาหารอักเสบ, ยกเว้นยารักษาโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, หัวใจ สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งชีวิตโ ดยอยู่ในความดูแลของแพทย์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;       ผู้หญิงที่ชอบกั้นปัสสาวะนาน ๆ มีโอกาสสูงทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ ถ้าอาการรุนแรงทำให้กรวยไตอักเสบได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#ff0000;"&gt;      โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยโรคไตจะเป็นผู้สูงอายุ สืบเนื่องมาจากการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แต่เด็กและคนวัยหนุ่มสาวก็เป็นโรคไตได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในวัยทำงาน พวกนี้เป็นกลุ่มที่จะต้องให้การรักษาเพื่อเขาจะได้มีชีวิตอยู่ได้ยืนนาน ทำงานได้เหมือนคนปกติ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;        &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#008080;"&gt;ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคน้อยลง การติดเชื้อเกิดง่าย และมีผลทำให้ ไตเสื่อมเร็วขึ้น ต้องป้องกันการติดเชื้อ เมื่อติดเชื้อก็ต้องรีบรักษา เมื่อไตเสื่อมลง มีอาการผิดปกติทุกระบบ ในร่างกายและจิตใจ เนื่องจากมีสารคั่งค้าง ที่เป็นพิษ ไม่สามารถขจัดออกจากร่างกายได้ สารเป็นพิษเหล่านี้ มีสารเคมี สารอินทรีย์ ของเสียจากอาหารที่รับประทานเข้าไป กลายเป็นมลพิษต่อร่างกาย เป็นอันตรายต่อระบบ การทำงานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย บางครั้งมีการแพ้เนื้อเยื่อตัวเอง อาทิ โรคเอสแอลอี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#008080;"&gt;        ก่อนที่สมาชิกในเครือญาติจะแต่งงาน ควรตรวจเช็กสุขภาพว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มียีนส์ ที่ผิดปกติ เกี่ยวกับโรคไตหรือไม่ คนทั่วไปใช้เวลาเพียง 15 นาที ตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาล และคลินิกก็รู้ผล ผู้หญิงที่เป็นไตวาย ไม่ควรตั้งครรภ์ เพราะทำให้ครรภ์เป็นพิษ, ตัวบวม, ความดันโลหิตสูง, หัวใจโต ต้องผ่าตัดเอาเด็กออก มิฉะนั้นจะตกเลือดจนแม่เสียชีวิตได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#008080;"&gt;      โรคไตสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกเชื้อชาติและทุกวัยในครอบครัว พ่อแม่ควรสนใจลูก ถ้าหากปัสสาวะไม่ออกหรือขุ่น เหม็น มีอาการปัสสาวะแสบคัน มีสีเลือดปะปน แล้วยังมีอาการปวดหลัง, มีไข้, หนาวสั่น สามารถตั้งสมมุติฐานไว้ก่อนว่า เป็นไตอักเสบ หรือเป็นนิ่ว อาการเบื้องต้น ที่บ่งชี้สงสัยว่า เป็นโรคไตคือ มีอาการบวม, ยุบบริเวณหน้าแข้งเป็นประจำ, อาจจะปวดข้อ, ผมร่วง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#008080;"&gt;      รศ.พันเอกพรรณบุปผา เปิดเผยว่าปัจจุบันข้าราชการที่ป่วยเป็นโรคไต สามารถเบิกได้จำกัด เฉพาะบัญชียาหลักแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่ยารักษาโรคไต ค่อนข้างแพงมาก ด้วยเหตุนี้ ในยามปกติ คนไทยควรขวนขวายหาหลักประกัน ทำบัตรประกันสุขภาพ จากบริษัทประกันชีวิต ที่มั่นคง เพื่อสามารถเบิกจ่ายได้ ในยามเจ็บป่วย สามารถยื่นบัตรประกันสุขภาพ และบัตรประชาชน รับการรักษาได้ ในโรงพยาบาลทุกแห่ง เป็นเครดิตสำหรับตัวเองอย่างดี ในยุคเศรษฐกิจ ไอเอ็มเอฟนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#008080;"&gt;        อนึ่งผู้ป่วยที่ต้องอาศัยเครื่องล้างไตไม่น้อยกว่า 3 แสนคนทั่วโลก ในประเทศไทย มีผู้ป่วย ต้องการรักษาอย่างน้อย 1 แสนคน และเพิ่มจำนวนปีละไม่น้อยกว่า 3,000 คน ที่สำคัญมีผู้ป่วยโรคไต อีกจำนวนหนึ่ง ขาดทุนทรัพย์ในการรักษา เพื่อฟอกเลือดด้วย เครื่องไตเทียม และเสียชีวิตไปอย่างรวดเร็วก่อนถึงวัยอันควร &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-4286834375571620121?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/4286834375571620121/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=4286834375571620121' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4286834375571620121'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/4286834375571620121'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_18.html' title='โรคไต****ภัยใกล้ตัว'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-8037960219015108452</id><published>2008-11-17T23:07:00.000-08:00</published><updated>2008-11-17T23:07:00.255-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง'/><title type='text'>อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;&lt;strong&gt;ภัยโรคจิต&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ภารกิจ : ลวนลามผ่านกรรมวิธีทางคำพูด กิริยาหรือแม้กระทั่งสายตา&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : ดักแซวผู้หญิงทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่น ไม่เว้นแม้แต่ตุ๊ด กระเทย ทอม ดี้&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : พิจารณาพฤติกรรมก่อนว่าจัดอยู่โรคจิตประเภทใด &lt;span style="color:#d70081;"&gt;ถ้าเป็นโรคจิต (คนบ้า) อย่าต่อปากต่อคำให้แจ้งตำรวจทันที แต่ถ้าเป็นโรคจิตประเภทจิตเสื่อม หรือจิตต่ำทราม ให้ร้องกรี๊ดเสียงดังๆขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (หลังรุมสกรัมกันเองแล้ว)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;&lt;strong&gt;ภัยบัตรเครดิต (แบบไม่รู้ตัว)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ภารกิจ : ส่วนใหญ่ทำเป็นขบวนการ ใช้สำเนาเอกสาร บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ที่คุณเคยยื่นทำธุรกรรมการเงินตามบริษัทหรือสมัครสมาชิกที่ต่างๆมาปลอมแปลงแอบอ้างทำบัตรเครดิต&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : คนทำงานฐานเงินเดือนและอายุงานตามกำหนด (ส่วนใหญ่ 15,000 บาทและอายุงาน 1 ปีขึ้นไป)&lt;br /&gt;สถานที่ : ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้าที่เขียนป้ายว่า "ยินดีรับบัตรเครดิต" จากนั้นก็รูดกระหน่ำและเชิดหนี&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : &lt;span style="color:#d70056;"&gt;เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องขีดคร่อมเอกสารทุกฉบับ และเขียนกำกับว่าใช้เพื่อทำธุรกรรมประเภทใด&lt;/span&gt; หรือถ้าสงสัยยอดค่าใช้จ่ายในใบเรียกเก็บค่าต่างๆให้รีบติดต่อบริษัทนั้นๆ เพื่อค้นหาข้อมูล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;ภัยเครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ภารกิจ : ส่วนใหญ่แอบผสมสารออกฤทธิ์ประเภทเดียวกับยานอนหลับในเครื่องดื่ม&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : วัยรุ่นผู้หญิงชอบเที่ยวกลางคืน แต่งตัววูบวาบ เซ็กซี่ดูมีฐานะ&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : แต่งตัวให้มิดชิด ไม่เที่ยวคนเดียวหรือรับดริ๊งค์จากคนแปลกหน้า&lt;br /&gt;หมายเหตุ : เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถลดลง แต่สำหรับผู้หญิงนับเป็นปัจจัยเสี่ยงให้มีการเสียตัวสูง &lt;span style="color:#d70056;"&gt;ผู้หญิงกว่าครึ่งผับเลือกผสมแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน นอกเหนือจากเสียงเพลงและสิ่งบันเทิงใจอื่นๆ&lt;/span&gt; อาทิ ผู้ชายหน้าตาดี (ที่ยังไม่รู้จักนิสัย) เสื้อผ้าชุดใหม่ที่ใส่แล้วสุดวาบหวิว (จริงๆแล้วคนหน้าตาดีใส่อะไรก็สวยทั้งนั้น) และค็อกเทลสูตรใหม่ (ที่ไม่รู้ว่าใครผสมสารอะไรให้ดื่มหรือเปล่า)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;ภัยหมอดูหลอกลวง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ภารกิจ : พูดจาหว่านล้อม ทำทีทำนายทักดวงชะตาในแง่ลบ ขอดูลายมือหรือพยายามแตะเนื้อต้องตัว และใช้ยาชาหรือยาสลบและเรียกทรัพย์ในรูปแบบสะเดาะเคราะห์ โดยคุณไม่ได้สติ&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงบุคคลทั่วไปที่หน้าตาไม่ค่อยฉลาด จิตอ่อน งมงายเกินเหตุ งก อยากรวยทางลัด ระแวงกลัวสามีหรือแฟนจะนอกใจ จึงต้องพึ่งไสยศาสตร์&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : งดเดินทางคนเดียวและใส่เครื่องประดับเกินความจำเป็น &lt;span style="color:#d70056;"&gt;ดูดวงได้แต่ต้องดูอย่างมีสติ ไม่หลงงมงาย (ถ้าไม่อยากหมดตัว)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;ภัยใบเสร็จรับเงิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ภารกิจ : ขายของแต่ไม่ให้ใบเสร็จรับเงิน (โดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา) หรือสุ่มกล่าวหาผู้ซื้อว่าขโมยสินค้า ขอค้นตัวและเรียกค่าปรับ 10 เท่า (ถ้าไม่มีใบเสร็จยืนยัน)&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : ลูกค้าที่ซื้อสินค้าแล้วไม่ขอใบเสร็จรับเงิน หรือทิ้งใบเสร็จรับเงินทันทีที่ซื้อสินค้า&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : เก็บใบเสร็จรับเงินไว้ยืนยันทุกครั้งเมื่อซื้อสินค้า และถ้าสงสัยว่าพนักงานจะร่วมมือเป็นกระบวนการ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;&lt;strong&gt;ภัยสังคม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;ภารกิจ : ก่อเหตุในจุดที่ลับตาคน พูดจากล่อมจนเหยื่อไว้ใจ&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว และใส่เครื่องประดับประดา&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : &lt;span style="color:#d70056;"&gt;อย่าหลงเชื่อคำพูดหรือไว้ใจคนแปลกหน้า&lt;/span&gt;, ไม่ควรไปไหนตามลำพัง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;ภัยห้องลองเสื้อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ภารกิจ : จัดห้องลองแบบใช้ผ้ากั้น ,ติดกล้องวงจรปิด, ติดตั้งกระจกไว้ในลักษณะเอียงตามมุมต่างๆ (ซึ่งสามารถสะท้อนให้คนภายนอกมองผ่านได้)&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : ผู้หญิงวัยรุ่นที่นิยมซื้อเสื้อผ้าตามร้านริมทางหรือในที่สาธารณะ และใช้บริการห้องลองแบบผ้ากั้น&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : &lt;span style="color:#d70056;"&gt;ช่วยกันตะโกนร้องประจานเจ้าของร้านทันทีที่พบเหตุการณ์แบบนี้ (ให้อายจนขายของไม่ได้เลย) แจ้งตำรวจจับทันที&lt;/span&gt; และระมัดระวังตัวทุกครั้งเวลาลองเสื้อผ้า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;&lt;strong&gt;ภัยรถแท็กซี่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ภารกิจ : ป้ายยาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วแกล้งเอื้อมมือกดปุ่มมิเตอร์ จากนั้นพยายามอังมือไว้ที่ช่องแอร์ โดยหันแอร์ไปทางผู้โดยสารและปิดกระจกรถ&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นที่นุ่งกระโปรงสั้น สวมเสื้อผ้าไม่มิดชิด ใส่เครื่องประดับล่อแหลม&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : &lt;span style="color:#d70056;"&gt;ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นี้ให้รีบเปิดกระจกสูดอากาศภายนอก และลงจากรถทันที จดทะเบียนรถ แจ้งตำรวจ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#0000d7;"&gt;ภัยอาวุธป้องกันตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;ภารกิจ : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัว อาทิ คัตเตอร์, เครื่องช็อตไฟฟ้า, สเปรย์พริกไทย, กระบอกไฟฟ้า, ปืนปากกา ของเหยือ กลับมาทำร้ายเหยื่อ&lt;br /&gt;กลุ่มเป้าหมาย : วัยรุ่นหญิงที่ชอบพกอุปกรณ์เหล่านี้ติดกระเป๋า&lt;br /&gt;วิธีรับมือ : อุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนดาบสองคม ก่อนใช้ควรศึกษารายละเอียดและวิธีใช้ และ&lt;span style="color:#d70081;"&gt;ควรพิจารณาว่าเครื่องมือเหล่านี้สามารถรับมือกับคนร้ายได้หรือเปล่า ถ้าคิดว่าไม่รอด ไม่ต้องควักออกมา จะเป็นภัยตัวเองเปล่าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลจาก: อ.ส.ม.ท.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-8037960219015108452?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/8037960219015108452/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=8037960219015108452' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8037960219015108452'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/8037960219015108452'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_17.html' title='อันตราย..ภัยใกล้ตัวผู้หญิง'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-6875317944927259028</id><published>2008-11-16T23:04:00.000-08:00</published><updated>2008-11-16T23:04:00.445-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ภัยใกล้ตัว อุทาหรณ์สอนหญิง'/><title type='text'>ภัยใกล้ตัว อุทาหรณ์สอนหญิง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงจบโท MbA จากอเมริกาจะตกอยู่ในชะตากรรมแบบนี้..&lt;br /&gt;เรื่องมีอยู่ว่าหลังจากจับได้ว่าแฟนที่ทำงานอยู่ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในโอไฮโอหลอกฟันน้องใหม่ที่ทำงานด้วยกันได้ระยะหนึ่ง น้องเอ(นามสมมติ) จึงตัดสินใจเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบ 7 ปี และตัดสินใจว่าจะไม่ไว้ใจผู้ชายที่ไหนอีกแล้วถึงแม้ว่าแฟนหนุ่มจะขอคืนดีด้วยและสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแต่น้องเอไม่ให้อภัย ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากกลับมาทำงานที่ประเทศไทยชีวิตน้องเอประสบความสำเร็จแทบทุกด้านเพราะความที่มีดีกรีจบจากนอก และยังเป็นสาวสวย หุ่นดี ฉลาดปราดเปรียวมีชายหนุ่มหน้าตาดี รำรวยหลายนายมาตามติดพันแต่น้องเอยังไม่กล้ารับรักใครซักคนเพราะยังเจ็บปวดจากแผลเดิมเธอคิดว่ารักกับใคร่ผู้ชายส่วนมากหลงใหลกับความใคร่มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันหนึ่งฝนตกหนัก รถเธอเสียจำเป็นต้องจอดทิ้งไว้ที่ทำงาน เธอแย่งเรียกแท็กซี่กับคนอื่นๆด้วยความยากลำบากโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าแท็กซี่คนนั้นจะขับพาเธอออกนอกเส้นทาง เพื่อลวงเธอไปข่มขืนในเวลาต่อมา เธอถูกทำร้ายแต่โชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทันที่ข้างทางด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ และเข้ามาในจังหวะที่พอดีจึงทำให้เธอประทับใจหนุ่มร่างสูงคนนั้นเข้าอย่างจังและเหมือนเป็นฟ้าประทาน คนดีๆมาให้เธอบ้านของเขาอยู่ห่างบ้านเธอเพียงไม่กี่ซอย เธอคิดว่าช่างบังเอิญที่ได้พบเขาหลายครั้งในวันต่อๆมาชายหนุ่มมีฐานะไม่รำรวยกว่าเธอแต่เป็นคนขยันเอาการเอางาน รวมทั้งเข้าอกเข้าใจนิสัยผู้หญิงเป็นอย่างดี ไม่นานนักเขาก็สามารถพิชิตใจน้องเอได้และได้เสียกันในเวลาต่อมาน้องเอเคยคิดว่าจะไม่มีอะไรกับผู้ชายคนไหนอีกจนกว่าจะแต่งงานหลังจากที่เลิกกับแฟนเก่าดังนั้นน้องเอจึงเล่าให้ชายหนุ่มที่รักและไว้ใจฟังว่าเธออยากแต่งงานกับเขาชายหนุ่มไม่ปฎิเสธแต่ขอเวลาตั้งตัว 1 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับวันความรักและความไว้ใจในตัวหนุ่มคนรักจะมีมากขึ้นเรื่อยๆจนวันหนึ่งน้องเอได้รับเมล์จากเพื่อน เป็นภาพน้องเอร่วมรักกับแฟนหนุ่มที่บ้าน ด้วยความตกใจและกัลวคิดอะไรไม่ออก ที่พึ่งก็คือแฟนหนุ่มคนเดียวเพราะเรื่องนี้น้องเอจะให้พ่อแม่รู้ไม่ได้จึงรีบโทรศัพท์นัดแนะกับแฟนหนุ่มเพื่อที่จะไปหาทันทีคืนนั้นหญิงสาวได้แต่ร้องไห้เมื่อรู้ว่าภาพนั้นเป็นฝีมือที่คนรักได้ตั้งกล้องอัตโนมัตไว้ถ่ายเองเพื่อเก็บไว้ดูเล่น แต่ถูกน้องชายขโมยไปโชว์เพื่อนจนในที่สุดก็โลดแล่นอยู่ในอินเตอร์เนต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องเอรับนำส้มจากแฟนหนุ่มมากินไปร้องไห้ไป ไม่ถึง 10 นาทีก็รู้สึกแปลกๆตัวและหน้าร้อนจัด อึดอัดที่หน้าอก และอยากมีเซ็กให้ได้ แฟนหนุ่มเข้ามากอดเธอและช่วยให้เธอสมหวัง แล้วเธอก็สลึมสะลือหลับไปขณะครึ่งหลับครึ่งตื่นเธอได้ยินเสียงแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์เริ่มไหวตัวแล้วเฮีย เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะอัดยาให้มันอีกตอนส่งตัวไปที่ห้องไอ้พวกนั้นมันจะได้อยากเยอะๆ,เออ มันดันเห็นรูปในเน็ตซะก่อน แต่ไม่ต้องห่วงสินค้าดีๆแบบนี้ไม่พลาดหรอก.พูดภาษาอังกฤษคล่องเลย ผมเคยฟังมันพูดกับ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยไม่รอฟังจนจบน้องเอรู้แต่ว่าต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อ่อนแรงที่ขาหล่อนล้มลงทำของบนโต๊ะหล่น คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นแฟนรักเดินเข้ามารวดเดียวถึงตัวเธอแล้วฉีดยาให้ 1 เข็ม น้องเอพยายามดิ้นแต่ไม่มีแรง น้ำยาสีนำเงินวิ่งเข้าเส้นเลือดอย่างน่ากล้วแล้วความรู้สึกเจ็บปวดก็ตามมา จากนั้นเธอก็เริ่มร้อนอยากมีsex อีก ผู้ชายที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดยืนมองเธอดิ้นทุรนทุรายอยู่เบื้องหน้าแล้วออกไปสักพักก็มีผู้ชายอีก 2 คนเข้ามาข่มขืนเธอแล้วฉีดยาแบบเดิมให้เธออีกครั้ง จากนั้นเธอก็ถูกพาตัวไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งแถวนานา เธอทั้งกลัว ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น แต่ฤทธิ์ยาทำให้เธอไม่มีแรง มีแต่ความปราถนาทางกาย ก่อนที่เธอถูกนำไปส่งให้พวกแขกในห้อง เธอถูกฉีดยาอีก 1 เข็มและถูกขู่ว่ารูปที่เธอมี sex ด้วยความ เต็มใจในวันนี้ทั้งหมดจะถูกนำไปวางตามท้องตลาดถ้าเธอไปแจ้งตำรวจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากวันนั้นน้องเอได้แต่กลัวผู้คนภายนอกไม่สามารถคุยกับใครและสบตาใครได้อย่างเดิมไม่นานภาพที่พวกมันเก็บไว้ก็ออกมาเป็นที่ฮือฮาของพวกวัยรุ่นที่ได้รับ forword mail มาเป็นทอดๆโดยคิดว่าเป็นเรื่องสนุก และเป็นภาพสมยอมของผู้หญิงร่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยชอบสะสมและ forword mail ทำนองนี้ไปให้เพื่อน แต่วันนี้มาเจอกับน้องสาวตัวเองเข้า ถึงได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงไหนพวกมันทำงานเป็นทีม ผมสู้คดีแต่แพ้ไป 3 รอบเพราะมีนักการเมืองหนุนพวกมันอยู่ เราถูกขู่ฆ่าทั้งครอบครัวอยู่ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วยกันหยุดการยำยีผู้หญิงดีๆเถอะครับ เมื่อเจอกับครอบครัวตัวเองผมจึงได้รู้ วอนทุกท่านอย่าสนับสนุนสื่อลามกและการขายตัวเลยครับ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-6875317944927259028?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/6875317944927259028/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=6875317944927259028' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6875317944927259028'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6875317944927259028'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_16.html' title='ภัยใกล้ตัว อุทาหรณ์สอนหญิง'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-2634029469766689628</id><published>2008-11-15T22:32:00.000-08:00</published><updated>2008-11-15T22:32:00.091-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แก๊งมอมยารูดทรัพย์'/><title type='text'>แก๊งมอมยารูดทรัพย์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#3300cc;"&gt;จากการสำรวจพบว่า “2 ใน 10 อันตรายเมืองหลวง” ที่ประชาชนหวาดกลัวมาก ที่สุด คือ “ภัยข่มขืน” ที่มาอันดับ 1 และ “ภัยแก๊งต้มตุ๋น” ที่ติดอันดับ 8 โดย 2 ภัยอันตรายดังกล่าวถือเป็นภัยใกล้ตัว ที่ใคร ๆ สามารถตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนว่า “จิ้งจอกสังคม” กลุ่มนี้อันตรายมาก เพราะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบยุทธวิธีไล่ล่าเหยื่อตลอดเวลา โดยวิธีที่กลุ่มทรชนกลุ่มนี้นำมาใช้กันอย่างมาก คือ การ “มอมยา” เพื่อรูดทรัพย์ และล่าสวาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น.พ.โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการมอมยา บอกว่าภัยใกล้ตัวลักษณะดังกล่าวกำลังแพร่ระบาดหนักขึ้นทุกวัน โดยมิจฉาชีพใช้ทั้ง ดม อม ดื่ม กิน หรือโดยชนิดสูบ พบได้บ่อยตามสถานบันเทิงต่าง ๆ อาจเริ่มจากมีคนแปลกหน้ามาแจกมวนบุหรี่ ที่อัดกัญชา เฮโรอีน ให้สูบเพื่อแสร้งทำเป็นมิตร หลังจากสูบใหม่ ๆ จะกระตุ้นประสาท ต่อมาจะคล้ายคนเมาเหล้า ทำให้ง่วงนอน ซึม ควบคุมตัวเองไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการป้องกันตัวให้พ้นภัยจากเหล่าทรชนเหล่านี้ คือ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า และต้องปฏิเสธคนเหล่านั้นตลอดเวลา หรือ just say no.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-2634029469766689628?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/2634029469766689628/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=2634029469766689628' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2634029469766689628'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/2634029469766689628'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_15.html' title='แก๊งมอมยารูดทรัพย์'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-6975940855814027509</id><published>2008-11-14T22:30:00.000-08:00</published><updated>2008-11-14T22:30:00.506-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='น้ำส้มสายชูปลอม'/><title type='text'>น้ำส้มสายชูปลอม</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="color:#3300cc;"&gt;&lt;span id="Popup_news_main1__ctl0_Popup_news_06_detail_news1_lbDetail"&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;การบริโภคอาหารในแต่ละครั้ง ควรพึงระวังสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่อาจมีสารเคมีตกค้างอยู่ในส่วนประกอบของอาหาร น้ำส้มสายชู เป็นส่วนผสมหนึ่งในการใช้ปรุงแต่งอาหารทั่วไป และสามารถพบเห็นบ่อยครั้ง คือในพริกดอง ปัจจุบันน้ำส้มสายชูแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำส้มสายชูเทียม ซึ่งน้ำส้มทั้งสามชนิดนี้ ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้โดยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่มีน้ำส้มสายชูอีกชนิดหนึ่ง ที่ผู้บริโภคควรระวังและมีอันตรายในการรับประทานเข้าไป คือ น้ำส้มสายชูปลอม ที่มีกรรมวิธีแยบยลของพ่อค้าหัวใส่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หวังรวยทางลัดโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย เพียงแค่นำเอาหัวน้ำส้มมาเจือจางผสมกับน้ำแล้วบรรจุขวด ซึ่งความอันตรายของหัวน้ำส้มดังกล่าวมีความเป็นกรดน้ำส้มชนิดเข้มข้นที่ใช้ในอุตสาหกรรม สิ่งทอฟอกหนัง ขนสัตว์ ไม่สมควรนำมาบริโภค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังมีน้ำกรดแร่อื่น ๆ เช่น กรดเกลือ กรดกำมะถันที่นำมาใช้ทำหัวน้ำส้ม หรือน้ำส้มสายชูปลอมเปรี้ยวเข็ดฟัน แต่จะไม่มีกลิ่นของกรดน้ำส้ม จึงต้องมีการนำน้ำส้มสายชูหมักเติมลงไปเพื่อทำให้กลิ่นเสมือนน้ำส้มสายชูหมัก และถ้ารับประทานเข้าไปมาก ๆ จะกัดกระเพาะอาหาร ลำไส้จนเกิดแผล หรืออาจถึงกับกระเพาะและลำไส้ทะลุได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อพึงระวังและทดสอบง่าย ๆ ที่จะทำให้ทราบว่าเป็นน้ำส้มสายชูจริงหรือปลอม ต้องใช้น้ำยาสีม่วงที่ป้ายลิ้นเด็ก หรือที่เรียกว่า ยาเยนเชียนไวโอเล็ต มาหยดในน้ำส้ม 2-3 หยด ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมสีจะเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำเงิน หรือเขียว หรือใช้ผักชีจุ่มลงไปในน้ำส้ม ถ้าปลอมผักชีจะมีลักษณะตายนึ่ง สีเขียวของผักชีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเพียง 5 นาที ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังในการทานอาหาร ที่เป็นส่วนผสมจะต้องรอบคอบ และรู้จักสังเกต ก็จะมีความปลอดภัยในการรับประทานอาหารอย่างอร่อย.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-6975940855814027509?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/6975940855814027509/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=6975940855814027509' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6975940855814027509'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6975940855814027509'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_14.html' title='น้ำส้มสายชูปลอม'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-6253964808036316291</id><published>2008-11-13T22:30:00.000-08:00</published><updated>2008-11-13T22:30:01.361-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เตือนผู้หญิง..ระวังโจรในลิฟต์'/><title type='text'>เตือนผู้หญิง..ระวังโจรในลิฟต์</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;&lt;span&gt;&lt;span style="color:#3300cc;"&gt;ปัจจุบันอาชญากรรมมีหลายรูปแบบ ม่เว้นแม้กระทั่งในลิฟต์ ล่าสุดมีเหยื่อนักศึกษาสาวคนหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยเพชรบุรี 7 ระหว่างที่ลงลิฟต์จากห้องพักเพื่อไปเรียนหนังสือทันใดนั้นได้เจอกับวัยรุ่นหน้าตี๋ชักมีดออกมาจี้ที่เอวบังคับห้ามส่งเสียงร้องเด็ดขาด เหยื่อเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แทบช็อก โดยคนร้ายได้กดลิฟต์ให้ขึ้นไปยังชั้น 9 หลังจากนั้นลากคอออกไปจากลิฟต์บังคับเอากระเป๋าสะพายภายในมีทรัพย์สิน ขณะเดียวกันโจรยังได้ลวนลามด้วยการจับหน้าอก พยายามลากตัวเหยื่อขึ้นไปบนดาดฟ้า แต่โชคดีที่ประตูทางขึ้นดาดฟ้าล็อกทำให้ คนร้ายต้องปล่อยตัวออกมา นักศึกษาสาวตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.เทพพิทักษ์ แสงกล้า สวส.สน.พญาไท หลังจากนั้นได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.กิตติพงษ์ สินมาลี รอง สว.สส.สน.พญาไท ได้ขอทีวีวงจรปิดจากอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวจนทราบชื่อคนร้ายคือ นายณัฐชนนท์ ธนคุ้มชีพ อายุ 22 ปี และสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทาง ร.ต.อ.กิตติพงษ์ ฝากไปถึงนักศึกษารายอื่นหรือผู้หญิงคนใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหารายนี้ลวนลามหรือชิงทรัพย์ให้มาชี้ตัวแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ สน.พญาไท.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;&lt;span class="headline-normal"&gt;&lt;span&gt;&lt;span class="headline-normal"&gt;&lt;span id="Popup_news_main1__ctl0_Popup_news_05_heading_news1_lbHeader"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-6253964808036316291?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/6253964808036316291/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=6253964808036316291' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6253964808036316291'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/6253964808036316291'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_13.html' title='เตือนผู้หญิง..ระวังโจรในลิฟต์'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-7429302848855640110</id><published>2008-11-12T22:29:00.000-08:00</published><updated>2008-11-12T22:29:00.182-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อันตรายจากลูกเหม็น'/><title type='text'>อันตรายจากลูกเหม็น</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;span&gt;&lt;span class="headline-normal"&gt;&lt;span&gt;&lt;span&gt;&lt;span style="font-family:verdana;color:#3300cc;"&gt;การใช้ลูกเหม็น เพื่อดับกลิ่น และป้องกันแมลงอาจมีประโยชน์ แต่การสูดดมลูกเหม็นบ่อย ๆ มีโอกาสพบอันตรายมาก โดย ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขา ธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่าปัจจุบันแนพทาลีน หรือ ลูกเหม็น ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง ใช้สำหรับใส่ในตู้เสื้อผ้า เพื่อป้องกันแมลงกัดกินเสื้อผ้า หรือใช้เพื่อดับกลิ่นในห้องน้ำ ซึ่งมี ทั้งชนิดก้อน ชนิดเม็ด และชนิดผลึก ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีแนพทาลีนเป็นส่วนประกอบมากกว่าร้อยละ 99 ซึ่งแนพทาลีนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายจะได้รับจากการหายใจ หรือการสัมผัสทางผิวหนัง หรือผ่านทางเสื้อผ้า หรือผ้าห่มที่มีการใช้ลูกเหม็น แนพทาลีนจะทำให้ระคายเคืองตา จมูก คอและผิวหนัง หากได้รับเข้าไปมากส่งผลให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย เกิดโลหิตจาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามพบว่าทารก เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนที่มีระดับเม็ดเลือดแดงต่ำ หรือมีเอ็นไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนโลหิตต่ำมาตั้งแต่เกิด เมื่อได้รับแนพทาลีน จะเกิดโรคโลหิตจางได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่าแนพทาลีนที่ตกค้างในร่างกายของแม่สามารถส่งผ่านไปยังลูก ซึ่งการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ทำให้ลูกโลหิตจางด้วย อาการเบื้องต้นคือเหนื่อยล้า ผิวหนังซีด ไม่อยากอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานและผู้บริโภค ควรเก็บลูกเหม็นหรือก้อนดับกลิ่นให้พ้นมือเด็ก เก็บในตู้ที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการรั่วไหลของไอระเหยของแนพทาลีนสู่อากาศ และก่อนใช้เสื้อผ้าหรือผ้าห่มที่มีการใช้ลูกเหม็นให้นำไปตากแดด หรือผึ่งลมก่อน เพื่อกำจัดกลิ่นและไอระเหยของแนพทาลีนที่ตกค้างบนเสื้อผ้า นอกจากนี้ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้ลูกเหม็นกับเสื้อผ้าหรือผ้าห่มของเด็กและทารก ลดการใช้ปริมาณก้อนดับกลิ่น”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/5926482025411914806-7429302848855640110?l=warn-lady.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://warn-lady.blogspot.com/feeds/7429302848855640110/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=5926482025411914806&amp;postID=7429302848855640110' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7429302848855640110'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/5926482025411914806/posts/default/7429302848855640110'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://warn-lady.blogspot.com/2008/11/blog-post_12.html' title='อันตรายจากลูกเหม็น'/><author><name>Jobs</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16971675288577875812</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-5926482025411914806.post-5631671749397748707</id><published>2008-11-11T22:28:00.000-08:00</published><updated>2008-11-11T22:28:00.828-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อันตรายจากน้ำแข็งแห้ง'/><title type='text'>อันตรายจากน้ำแข็งแห้ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:verdana;"&gt;น้ำแข็งแห้ง หรือ dry ice เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในสถานะของแข็ง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คาร์บอนไดออกไซด์แข็ง เตรียมได้จากนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผ่านกระบวนการอัดและทำให้เย็นลงภายใต้ความดันส
